สังคมข่าวหุ้น

“กุศล ศรีเปารยะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ที่ออกมาส่งสัญญาณว่าไตรมาส 2/2569 มีปัจจัยบวกชัดเจน


เริ่มจาก “กุศล ศรีเปารยะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ที่ออกมาส่งสัญญาณว่าไตรมาส 2/2569 มีปัจจัยบวกชัดเจนจากปริมาณผลปาล์มที่ยังออกสู่ตลาดต่อเนื่อง บวกกับการเดินเครื่องส่วนขยายสาขาพนมได้เกือบเต็มประสิทธิภาพ และแรงหนุนสำคัญจากนโยบายรัฐในการปรับสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซล B7 ซึ่งคาดว่าจะดันความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้นราว 30% ส่งผลบวกโดยตรงต่อทิศทางราคาน้ำมันปาล์มและมาร์จิ้นของบริษัทในระยะถัดไป แม้ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันโลกและสภาพอากาศ แต่ภาพรวมครึ่งปีแรกยังถือว่าอยู่ในจังหวะเก็บเกี่ยวผลบวกเต็มตัว

ฝั่งพลังงานอย่าง GPSC ก็เดินเกมเชิงรุกเช่นกัน หลังบริษัทเปิดเผยว่าที่ประชุมบอร์ดมีมติอนุมัติให้บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ วัน จำกัด (GRP1) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ขายหุ้นทั้งหมดใน Sheng Yang Energy Company Limited (SYE) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน กำลังการผลิตรวม 55.77 เมกะวัตต์ ให้แก่ Formosa Electric Industrial Inc. มูลค่ารวม 572.5 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ โดยดีลนี้คาดว่าจะบันทึกกำไรพิเศษประมาณ 200 ล้านบาท สะท้อนกลยุทธ์ Rebalance พอร์ตลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขายสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้แล้ว เพื่อนำเงินกลับไปต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคต ภายใต้เป้าหมาย Net Zero ปี 2593

ขณะที่ “ชเนศวร์ แสงอารยะกุล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ส่งสัญญาณว่าปี 2569 ยังเป็นปีแห่งการเติบโตต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1 บริษัทโชว์กำไรสุทธิ 77.3 ล้านบาท โตแรงกว่า 324% จากปีก่อน รายได้รวมแตะ 491.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.6% โดยแรงหนุนมาจากงานฐานรากในโครงการ Mixed-Use โรงพยาบาล Data Center โรงแรม รวมถึงโครงการรัฐอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะที่ Backlog ล่าสุดพุ่งแตะ 1,753 ล้านบาท สูงกว่าช่วงก่อนโควิดแล้ว และมีลุ้นแตะ 2,000 ล้านบาทในเร็ว ๆ นี้ จุดแข็งสำคัญคือฐานะการเงินที่ยังแข็งแกร่ง D/E เพียง 0.39 เท่า เงินสดในมือสูงกว่า 659 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพเติบโตโดยไม่ต้องกังวลภาระหนี้

ด้าน “วรพจน์ หงส์ภิญโญ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG วางเป้ารายได้ช่วง 3 ปีข้างหน้าแตะ 1.6 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 3-7% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มสัดส่วนสินค้า High Margin และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มข้น โดยหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญคือ BTG เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ได้รับอนุญาตส่งออกหมูไปมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ให้มาร์จิ้นสูงกว่าขายในประเทศ ปัจจุบันออเดอร์ล่วงหน้าเต็มถึงไตรมาส 4/2569 แล้ว โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและยุโรป ขณะเดียวกันราคาหมูเริ่มฟื้นจากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ และราคาไก่มีโอกาสกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรในครึ่งปีหลังอย่างมีนัยสำคัญ

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

Back to top button