
KBANK-KTB วิ่งคึก! โบรกชูท็อปพิก ปันผลสูงปีละ 6-8%
KBANK-KTB บวกคึกคัก โบรกชูหุ้นแบงก์เป็นธีมการลงทุนแบบ Value Play จากการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง คาด Dividend Yield สูง 6-8% ต่อปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) ณ เวลา 11:32 น. ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ที่ระดับ 188.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 1.89% สูงสุดที่ระดับ 189 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 186.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 971.91 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB อยู่ที่ระดับ 34.75 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 2.21% สูงสุดที่ระดับ 34.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 34 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.13 พันล้านบาท
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า KSS ประเมินหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังเป็นธีมการลงทุนแบบ Value Play จากการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ราว 6-8% ต่อปี พร้อมคงคำแนะนำหุ้นเด่น (Top Pick) ได้แก่ KBANK และ KTB
โดยในปี 2569 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงกำไรของธนาคาร คือ การบริหารต้นทุน ทั้งต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) รวมถึงการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจกระทบทางอ้อมต่อภาคครัวเรือน ผ่านค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง และมีโอกาสทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 คาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) เนื่องจากขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ลดลง จากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่แคบลง หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ด้านการเติบโตของสินเชื่อชะลอตัว เพราะธนาคารยังเข้มงวดในการปล่อยกู้ รวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลงจากผลตอบแทนเงินลงทุนที่อ่อนตัว แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล
ส่วนภาพรวมทั้งปี 2569 คาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ประมาณ 2.12 แสนล้านบาท ลดลงราว 6% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงที่กดดัน NIM การปล่อยสินเชื่อไปยังกลุ่มความเสี่ยงต่ำมากขึ้น และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ลดภาระดอกเบี้ย
แม้กำไรจะชะลอตัว แต่ธนาคารยังมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลในระดับสูง 6-9% ต่อปี เนื่องจากมีฐานเงินกองทุนแข็งแกร่ง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ Bank of Thailand อย่างมีนัยสำคัญ และยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ในระยะใกล้ ทำให้สามารถรักษาระดับการจ่ายปันผลได้อย่างต่อเนื่อง
“หุ้นแบงก์ยังคงเป็นธีมการลงทุนแบบ Value Play จากการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง คาดเงินปันผล 6-8% ต่อปี พร้อมคงคำแนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ KBANK และ KTB ปี 2569 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงกำไรจากการบริหารต้นทุน” KSS ระบุ

