MINT บวก 3% ส่งซิกงบ Q1 โตแกร่ง! สงครามส่งผลกระทบจำกัด

MINT บวก 3% แย้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 เติบโตแข็งแกร่ง รับแรงหนุนทุกตลาดหลักโต ขณะที่ไตรมาส 2/69 ยอดจองล่วงหน้าตลาดยุโรป-ลาตินอเมริกามีทิศทางที่ดี ส่วนผลกระทบสงครามตะวันออกกลางจำกัด เน้นบริหารรายได้-ควบคุมต้นทุน เพื่อรักษาการเติบโตของกำไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 10:26 น. อยู่ที่ระดับ 23.20 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 3.11% ราคาสูงสุด 23.30 บาท ราคาต่ำสุด 22.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 236.31 ล้านบาท

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยเฉพาะในไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตได้แข็งแกร่งในทุกตลาดหลัก แม้จะเริ่มเห็นแรงกดดันในบางตลาดในช่วงต้นไตรมาส 2/2569 จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ด้วยพอร์ตธุรกิจที่มีการกระจายตัวในหลายภูมิภาค และไม่ได้พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก โดยพอร์ตโรงแรมในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวน 27 แห่ง เป็นรูปแบบ asset-light ทั้งหมด ทำให้ผลกระทบต่อภาพรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมมาตรการรองรับความไม่แน่นอน โดยเน้นการเลื่อนการเข้าพักและการออกเครดิตแทนการยกเลิก เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการบริหารรายได้ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนเชิงรุก โดยได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงานไว้ล่วงหน้าในภูมิภาคยุโรปในระดับสูง และบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยืดหยุ่นผ่านการจัดหาและเจรจาสัญญาระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน

สำหรับแนวโน้มยอดจองล่วงหน้าในช่วงไตรมาส 2/2569 ของตลาดยุโรปและลาตินอเมริกายังคงมีทิศทางที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังอยู่ในวงจำกัด โดยภาพรวมของดีมานด์ยังคงแข็งแกร่ง (resilient) เนื่องจากสัดส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปยังคงเป็นฐานลูกค้าหลักมากกว่า 70%

ขณะที่ยอดจองล่วงหน้าในประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง จากการที่นักเดินทางบางส่วนมีความระมัดระวังในการตัดสินใจมากขึ้น จากความกังวลด้านการเดินทาง โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน (air connectivity) ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนชะลอ หรือปรับแผนการเดินทาง และทำให้ระยะเวลาการจองล่วงหน้า (booking lead time) สั้นลง

อย่างไรก็ตาม แม้ยอดจองล่วงหน้าจะถูกกระทบอยู่บ้างเป็นการชั่วคราว แต่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ยังคงเติบโตอยู่ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารราคาที่ยืดหยุ่น และคำนึงถึงความสามารถในการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งนี้ ด้วยโครงสร้างลูกค้าหลักของโรงแรมที่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ประกอบกับไตรมาส 2 ของปีเป็นช่วงโลว์ซีซั่นตามปกติของธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ผลกระทบจากการชะลอตัวของยอดจองล่วงหน้าโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด

ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการขยายธุรกิจในรูปแบบ asset-light ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพของพอร์ตเดิม และการพัฒนาแพลตฟอร์มและแบรนด์ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยยอดจองล่วงหน้า (OTB) ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2569 ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงแนวโน้มอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่งในหลายตลาดหลัก

“ปัจจุบันผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่สามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาภายใต้หลายสมมติฐานจากปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ทั้งในมุมมองแบบ bottom-up และ top-down” นายชัยพัฒน์ กล่าว

นายชัยพัฒน์ กล่าวอีกว่า แม้บริษัทอาจได้รับผลกระทบอยู่บ้างจากความไม่แน่นอนดังกล่าว แต่ในเบื้องต้นคาดว่าผลกระทบจะอยู่ในระดับจำกัด และสามารถบริหารจัดการได้ โดยยังไม่เห็นสัญญาณที่จะกระทบต่อทิศทางการดำเนินงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันดีมานด์ในตลาดหลักยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งบริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารรายได้ (revenue management) และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (cost efficiency) เพื่อรักษาการเติบโตของกำไรและผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

Back to top button