“เอเซียพลัส” ชี้เป้าลงทุน “หุ้นแลกการ์ด” รับส่งออกฟื้น

บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วง "Sector Rotation" หลังราคาน้ำมันดิบโลกส่อแววปรับฐาน กดดันหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์สลับเม็ดเงินเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (Laggard) ชูความโดดเด่น 2 ธีมหลัก ได้แก่ "กลุ่มเปิดเมือง" ที่รับอานิสงส์การบริโภคและท่องเที่ยวฟื้นตัว และ "กลุ่มส่งออก" ที่เติบโตแกร่งตามตัวเลขเศรษฐกิจจริง


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASPS เปิดเผยว่า ปัจจุบันทิศทางของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกำลังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามที่ใกล้สิ้นสุดลง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงถึง 18.2% นับตั้งแต่ต้นเดือน โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 90-91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และหากหลุดระดับดังกล่าวจะมีโอกาสปรับตัวลงต่อได้อีก

โดยการย่อตัวของราคาน้ำมันนี้ ส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยพยุงดัชนีมาโดยตลอด นำโดย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP

ขณะที่ภาคเศรษฐกิจจริงของไทยในส่วนของภาคการส่งออก กลับส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยตัวเลขการส่งออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเติบโตขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับกระแสเรื่องกำแพงภาษีที่เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายและทยอยดูดีขึ้นตามลำดับในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่มีกำแพงภาษีลดลงเหลือระดับ 5.3% ในปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นแรงส่งสำคัญที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกของไทยให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

สำหรับโครงสร้างของตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมาเคยถูกสนับสนุนด้วยหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงมากแล้วจนกลายเป็นผู้เล่นหลักที่ผลักดันดัชนี ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ คือการทำ Sector Rotation โดยเอนเอียงน้ำหนักการลงทุนไปยังหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาหุ้นยังคง Laggard ดัชนีนับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับและมีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามาเก็งกำไร

ทั้งนี้ แนะนำให้โฟกัสการลงทุนไปที่ 2 ธีมหลัก ได้แก่ 1.ธีมเปิดเมืองที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศ อาทิ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

และ 2. ธีมส่งออก: กลุ่มหุ้นอาหารและการเกษตรที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตัวเลขการส่งออกของไทยที่เติบโตอย่างโดดเด่น ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU

Back to top button