
STA บวกต่อ 1% โบรกเชียร์ซื้อ เป้า 22 บาท ชี้ไตรมาส 2 รับราคายางพุ่ง-ยอดขายล่วงหน้าหนุน
STA บวกต่อ 1% หลังโบรกแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท มองแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง รับอานิสงส์ราคายางปรับขึ้นแรง ขณะที่การขายล่วงหน้า 1-2 เดือน หนุนราคาขายไตรมาส 2/2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ณ เวลา 11:19 น. อยู่ที่ระดับ 19.10 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.06% ราคาสูงสุด 19.30 บาท ราคาต่ำสุด 18.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 100.68 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า STA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 645 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 326 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 แต่ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ เงินประกันน้ำท่วม 343 ล้านบาท หรือสุทธิภาษี 274 ล้านบาท การโอนกลับค่าความเสียหายจากน้ำท่วม 64 ล้านบาท ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 166 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 54 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 42.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรปกติดังกล่าวสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 26%
FSSIA ระบุว่า กำไรที่ออกมาดีกว่าคาดมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจยางธรรมชาติ โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับ 9.6% สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 8.0% ขณะที่การลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีสาเหตุจากปริมาณขายและราคายางที่ต่ำกว่าปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการสามารถฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนได้ดีกว่าคาด แม้ปริมาณขายอยู่ที่ 3.41 แสนตัน ลดลง 5.5% จากไตรมาสก่อน และลดลง 13.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณขายที่ลดลงมาจากยาง EUDR เป็นหลัก ขณะที่ยาง Non-EUDR ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อนได้ตามคาด
ปัจจัยดังกล่าวถูกชดเชยด้วยราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.5% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 191.4 เซนต์ต่อกิโลกรัม รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติที่ขยับขึ้นเป็น 8.7% จาก 5.7% ในไตรมาส 4/2568 และ 8.0% ในไตรมาส 1/2568
ด้านแนวโน้มราคายาง บริษัทระบุในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ หรือ MD&A ว่า ราคายางเริ่มปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานด้านผลผลิตมากขึ้น โดยอุปทานยางทยอยออกสู่ตลาดตามปกติ ขณะที่ฤดูกาลเปิด-ปิดกรีดยางยังเป็นไปตามภาวะปกติ ส่งผลให้กองทุนจีนที่เคยเก็งว่าผลผลิตจะออกมาจำนวนมาก เริ่มกลับมาปิดสถานะขาย
สำหรับภาพระยะกลางถึงยาว FSSIA มองว่า อุปทานยางมีแนวโน้มลดลงตามพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลงในประเทศผู้ผลิตสำคัญ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ขณะที่ฝั่งอุปสงค์ยังค่อนข้างทรงตัวและดำเนินต่อเนื่อง โดยยังไม่เห็นสัญญาณการเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ International Rubber Study Group หรือ IRSG คาดว่าอุปสงค์ยางโลกในปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่อง 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ใกล้เคียงกับอัตราการเติบโตในปี 2568
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า STA จะสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้ไม่ยากนัก เนื่องจากอุปทานยังออกสู่ตลาดตามปกติ อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าพื้นที่ภาคใต้อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ประกอบกับยังไม่เห็นการเร่งสต็อกของลูกค้าในระดับที่สูงผิดปกติ
ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรทั้งปี ขณะที่แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะยังเติบโตต่อจากไตรมาสก่อน และพลิกกลับจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากราคายางไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน หรือ 2QTD ที่เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ STA มีการขายล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน ทำให้ราคาขายของบริษัทสามารถสะท้อนราคาตลาดได้ค่อนข้างรวดเร็ว FSSIA จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท

