WHA-AMATA กอดคอวิ่ง! รับรัฐรุกฮับ “ผลิตชิปอาเซียน” ลุ้นดีมานด์ขายที่ดินนิคมโต

WHA-AMATA บวก 2% รับปัจจัยบวกรัฐบาลเดินหน้ายุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตชิปของอาเซียน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) ราคาหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น ณ เวลา 10.12 น. นำโดย บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA อยู่ที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ 2.41% โดยทำระดับสูงสุดที่ 5.10 บาท และต่ำสุดที่ 5.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 192.75 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA อยู่ที่ 27.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.80% โดยทำระดับสูงสุดที่ 28.00 บาท และต่ำสุดที่ 27.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 110.45 ล้านบาท

การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมีขึ้นภายหลังรัฐบาลเดินหน้ายุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน โดยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนรวม 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน เพื่อผลักดันการผลิต “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ภายในปี 2593

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน

คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ พร้อมมีหน้าที่กำหนดนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติถือเป็นการวางรากฐานระยะยาวของประเทศ โดยเป้าหมายการดึงดูดการลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท จะทยอยส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะที่ระยะสั้นจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นลำดับแรก ได้แก่ ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม อาทิ WHA และ AMATA จากความต้องการพื้นที่รองรับโรงงานและห่วงโซ่อุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน และคาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศกว่า 2.5 ล้านล้านบาทในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ WHA และ AMATA ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลก

Back to top button