SAWAD พุ่ง 3% รับวัฏจักรกำไรขาขึ้น โบรกเคาะเป้าสูง 26 บาท

SAWAD ปรับตัวขึ้น 3% โบรกชี้เข้าสู่วัฏจักรกำไรขาขึ้นหลังสะสางปัญหาหนี้เสียลุล่วง ด้านผู้บริหารส่งสัญญาณจ่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหลังไตรมาส 3 “บล.พาย” เคาะราคาเป้าหมาย 26 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ณ เวลา 10:36 น. อยู่ที่ระดับ 22.30 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 2.76% สูงสุดที่ระดับ 22.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 21.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 431.72 ล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAWAD โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 26.00 บาท พร้อมคาดการณ์ว่าภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในปี 2569 จะขยายตัวได้ระดับ 10-15% โดยบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL ระบุว่า SAWAD เริ่มเข้าสู่วัฏจักรกำไรขาขึ้นอย่างเต็มตัว หลังจากบริษัทสามารถล้างคุณภาพสินทรัพย์และจัดการปัญหาหนี้เสียเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 95-99% ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 1,457 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 28.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลงอย่างรวดเร็วถึง 62.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 109 ล้านบาท ในขณะที่อัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.24% และมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) สูงถึง 29.73% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นว่าพอร์ตสินเชื่อใหม่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และแรงกดดันจากการตั้งสำรองหนี้ฯ ได้คลี่คลายลง

นอกจากนี้ SAWAD ยังได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเป็น A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีนี้บริษัทมีหุ้นกู้ต้นทุนสูงราว 4.00-4.90% มูลค่าประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ที่จะทยอยครบกำหนดชำระ ซึ่งบริษัทสามารถรีไฟแนนซ์ (Refinance) ด้วยต้นทุนใหม่ที่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 2.85% ปัจจัยนี้จะสนับสนุนให้อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป

สำหรับกลยุทธ์การเติบโต ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง SAWAD เลือกใช้แนวทาง “Selective Growth” โดยตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโตระดับ 5-10% ผ่านการมุ่งเน้นกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่ให้ผลตอบแทนสูงและมีมูลค่าหลักประกันคุ้มครองหนี้ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 73% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ควบคู่ไปกับการขยายรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยเฉพาะกลุ่มประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่สามารถขายต่อยอดให้กับฐานลูกค้าสินเชื่อเดิม

โดยตั้งเป้าหมายรายได้ในส่วนนี้เติบโต 15-20% ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยกระจายโครงสร้างรายได้และลดความผันผวนของกำไร ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ Digital Transformation ผ่านแอปพลิเคชัน Srisawad และระบบ eKYC เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน สะท้อนจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 15.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือโครงสร้างเงินทุนของ SAWAD ที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดในกลุ่ม โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 1.53 เท่า ทำให้ยังมีขีดความสามารถในการขยายสินเชื่อได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน และสามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ ผู้บริหารยังได้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในช่วงหลังไตรมาสที่ 3 จากฐานะสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแรง

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีเครือข่ายสาขาให้บริการกว่า 5,823 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับฐานรากได้โดยตรง และยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในระบบ ส่งผลให้ SAWAD เป็นหุ้นในกลุ่มการเงินที่มีทั้งโอกาสปรับตัวขึ้นจากการขยายตัวของอัตรากำไร (Margin Expansion) และมีความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ที่ลดลง หลังจากผ่านจุดต่ำสุดของคุณภาพสินทรัพย์ไปแล้ว ทั้งนี้ บล.เอเอสแอล ประเมินแนวรับของหุ้น SAWAD ไว้ที่ 21.50/21.00 บาท และมีแนวต้านที่ 22.00-22.10/22.90-23.00 บาท

Back to top button