IVL ดิ่ง 9% นักลงทุนเทขายลดเสี่ยง กังวลสเปรด PET-หนี้สูง-ผลตอบแทนต่ำ

แรงขายกด IVL ดิ่ง 9% หลังตลาดกังวลการฟื้นตัวของกำไรอาจไม่เพียงพอ ขณะที่สเปรด PET มีแนวโน้มอ่อนตัว ฐานะการเงินตึงตัว และ ROCE ต่ำ ขณะที่โบรกลดคำแนะนำเป็น “Underweight” หั่นเป้าเหลือ 19 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ก.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ณ เวลา 10:58 น. อยู่ที่ระดับ 22.00 บาท ลบ 2.10 บาท หรือ 8.71% ราคาสูงสุด 23.20 บาท ราคาต่ำสุด 21.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,138.67 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ระบุว่า แรงขายหุ้น IVL เกิดขึ้นภายหลัง Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำจาก “Overweight” เป็น “Underweight” พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 19.00 บาท จากเดิม 26.90 บาท แม้ยังมีมุมมองว่ารอบขาขึ้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างของบริษัทอาจทำให้ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน หรือ ROCE ยังต่ำกว่าต้นทุนเงินทุน

Morgan Stanley ระบุว่า แม้ IVL จะเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ปิดโรงงานที่ขาดทุนจำนวน 4 แห่ง และเร่งดำเนินมาตรการลดต้นทุน แต่คาดว่า ROCE ในปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งยังต่ำกว่าคู่แข่งหลายราย และอาจทำให้การฟื้นตัวของผลประกอบการไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้มูลค่าหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา IVL มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเฉลี่ยประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่มีผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยเพียง 3% สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาอาจยังไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่

ด้านฐานะการเงินยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม โดย Morgan Stanley ประเมินว่า IVL จะมีกระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow เป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ปัจจุบันกระแสเงินสดประมาณสองในสามถูกใช้สำหรับชำระดอกเบี้ยและการลงทุนเพื่อซ่อมบำรุง ส่งผลให้การลดภาระหนี้ทำได้ช้ากว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้ Morgan Stanley คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Net Debt to Equity ของ IVL จะยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 173% ในปี 2570 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน

แม้ภาพรวมวัฏจักรปิโตรเคมีมีแนวโน้มดีขึ้น จากอัตราการเดินเครื่องผลิต PET ที่คาดว่าจะฟื้นตัวภายหลังจีนทยอยปิดกำลังการผลิต ประกอบกับกำลังการผลิตใหม่ในช่วงปี 2569-2570 มีแนวโน้มจำกัด แต่ Morgan Stanley ประเมินว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET หรือ PET Spread ได้ผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 2/2569 แล้ว และมีแนวโน้มทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570

นอกจากนี้ ภายใต้สมมติฐานต้นทุนที่สูงขึ้น ความต้องการผลิตภัณฑ์ PET ที่อ่อนแอกว่าคาด และรายจ่ายลงทุน หรือ CAPEX ที่เพิ่มขึ้น Morgan Stanley จึงปรับลดประมาณการ EBITDA ของ IVL ในปี 2569-2570 ลง 26% พร้อมปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้น หรือ EPS ลง 37% และ 51% ตามลำดับ

Back to top button