SCGD แจงศาลฎีกาอินโด ไม่รับทบทวนคดี KIA ยืนกรานไร้หนี้ตามข้อเรียกร้องรัฐ

SCGD แจงศาลฎีกาอินโดนีเซียไม่รับคำร้องทบทวนคดี KIA เหตุไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ย้ำยังไม่มีคำตัดสินประเด็นหนี้ที่รัฐเรียกร้อง พร้อมเดินหน้าใช้สิทธิทางกฎหมาย เผยงวด 9 เดือน KIA และบริษัทย่อยมียอดขาย 876 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 21 ล้านบาท


บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถึงความคืบหน้าข้อพิพาทระหว่างบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซียกับหน่วยงานภาครัฐ โดยระบุว่า ศาลฎีกาอินโดนีเซียมีคำพิพากษาไม่รับคำร้องขอทบทวนคดี (Case Review) ของบริษัท PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk หรือ KIA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCGD ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ได้วินิจฉัยว่า KIA มีภาระหนี้ตามที่หน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียเรียกร้องหรือไม่

ทั้งนี้ ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของหน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียที่ระบุว่า KIA มีภาระหนี้ต่อหน่วยงานรัฐ รวมถึงการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียนกับกระทรวงกฎหมายอินโดนีเซีย (Ministry of Law: MOL) ของ KIA และบริษัท PT KIA KERAMIK MAS หรือ KKM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ KIA

โดยในช่วงปลายปี 2566 KIA และ KKM ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ยกเลิกข้อเรียกร้องหนี้ดังกล่าว รวมถึงยกเลิกการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียน อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองชั้นต้น ศาลสูงในชั้นอุทธรณ์ และศาลฎีกาในชั้น Cassation มีคำพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้ทั้งสองบริษัทดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอทบทวนคำพิพากษาในช่วงปลายปี 2568

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 KIA ได้เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange: IDX) ว่า ศาลฎีกาในชั้นพิจารณาคำร้องขอทบทวนคดีมีคำพิพากษาไม่รับคำร้อง เนื่องจากข้อพิพาทดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง โดยคำพิพากษาไม่ได้พิจารณาหรือตัดสินในประเด็นว่า KIA มีหนี้ตามที่หน่วยงานรัฐกล่าวอ้างหรือไม่

SCGD ระบุว่า ปัจจุบัน KIA ได้รับหลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถนำมาใช้โต้แย้งข้อเรียกร้องหนี้บางส่วน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมา KIA ได้ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงที่ปรึกษากฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว

ทั้งนี้ KIA และบริษัทย่อยยืนยันว่า ไม่มีภาระหนี้ตามที่หน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียเรียกร้อง และเตรียมดำเนินการใช้สิทธิทางกฎหมายตามกระบวนการของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อโต้แย้งข้อเรียกร้องดังกล่าวต่อไป

สำหรับประเด็นการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียน SCGD ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐอินโดนีเซียได้อนุญาตให้ KIA สามารถยื่นจดแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุด ผ่านระบบจดแจ้งทางทะเบียนได้แล้ว ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าในส่วนของกระบวนการทางทะเบียนของบริษัท

ขณะเดียวกัน SCGD ยืนยันว่า KIA และบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มียอดขายประมาณ 876 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 21 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 21 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทจะติดตามความคืบหน้าของข้อพิพาทและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อโต้แย้งข้อเรียกร้องหนี้ดังกล่าวต่อไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากการเปิดเผยข้อมูลของ KIA ผ่านตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย

Back to top button