BTS-SIRI พลังผนึกวิน-วิน

เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ แห่งกลุ่ม BTS ที่นำโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เป็นแกน กับ สุดหล่ออย่าง นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI มีเส้นทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างมาก ...ไม่น่าจะมาจับคู่เป็นพันธมิตรธุรกิจกันเลย...แต่ก็เป็นไปแล้ว แถมไปได้สวยอีกด้วย


แฉทุกวัน ทันเกมหุ้น

 

เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ แห่งกลุ่ม BTS ที่นำโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เป็นแกน กับ สุดหล่ออย่าง นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI  มีเส้นทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างมาก …ไม่น่าจะมาจับคู่เป็นพันธมิตรธุรกิจกันเลย…แต่ก็เป็นไปแล้ว แถมไปได้สวยอีกด้วย

2 ปีเศษ นับแต่กลุ่ม BTS ประกาศจับมือสร้างพลังผนึกกับ SIRI ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน จนเปิดโครงการไปแล้ว 8 แห่ง มูลค่าโครงการรวม 3 หมื่นล้านบาท ก็ปรากฏว่า…ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และยังยืนยันแผนจะทำร่วมกันให้ครบ 25 โครงการจนถึงปี 2562 มูลค่าโครงการรวมมากกว่า 1 แสนล้านบาท

ฝ่ายหนึ่ง ทำโครงการขนส่งมวลชน มีสายตาเฉียบคมในการหาพื้นที่ดินหรือแลนด์แบงก์มาทำโครงการ แต่มีจุดอ่อนในเรื่องการสร้างแบรนด์ และก่อสร้างให้แล้วเสร็จรวดเร็ว

อีกฝ่ายหนึ่ง มีจุดอ่อนในการหาแลนด์แบงก์ แต่โดดเด่นในเรื่องการสร้างแบรนด์ และก่อสร้างให้แล้วเสร็จรวดเร็ว

การจับคู่เป็นพันธมิตรธุรกิจเพื่อ  “กำจัดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง” เพื่อสร้างพลังผนึกทางธุรกิจ จึงเป็นการสร้างสิ่งที่เรียกว่า การส้องเสพของความสะดวก หรือ a marriage of convenience ที่ลงตัว

วิธีการสร้างพันธมิตรธุรกิจก็ง่ายๆ..แต่ทำยากพิลึกหากใจไม่ถึง… เริ่มต้นด้วย 1) BTS เป็นฝ่ายจัดหาที่ดินมาทำโครงการบนเส้นทางรถไฟฟ้า 2) จากนั้นก็ตั้งบริษัทร่วมทุนทำโครงการในสัดส่วน 50/50 โดย SIRI บริหารเองทั้งหมด 3) BTS นำที่ดินมาขายต่อให้กับบริษัทร่วมทุน

งานนี้ ใครจะมองว่า BTS ได้กำไรหลายต่อ…ก็ช่วยไม่ได้ เพราะความชัดเจนของการร่วมทุนนั้นคงต้องผ่านการไตร่ตรองมาแล้วว่า วิน-วิน แน่นอน

จุดเด่นคือ BTS มีกำไรมากขึ้นจากการขายที่ดิน และร่วมลงทุนทำโครงการ ที่ได้คืนผลตอบแทนรวดเร็วกว่าทำเอง ส่วน SIRI ก็ไม่ต้องยุ่งยากกู้เงินก่อหนี้มาซื้อแลนด์แบงก์ เพราะ…เป็นงานที่พิสูจน์มาแล้วว่าไม่ถนัด

BTS กำไรมากขึ้นแน่นอน…ส่วน SIRI ก็กำไรเพิ่มขึ้น และยังจะลดหนี้ลงไปมากมาย

งบในอนาคตสวยทั้งคู่…แม้ในปัจจุบันจะยังไม่ปรากฏ

เมื่อวานนี้ เจ้าสัวคีรี และ สุดหล่อ เศรษฐา จึงได้ฤกษ์แถลงข่าวร่วมประจำปีพร้อมหน้า บอกกล่าวถึงโครงการร่วมมือในอนาคต

 แถลงข่าวร่วมกันอย่างนี้จะพูดเรื่องเล็กๆ อย่างไรได้ มันต้องพูดให้สะเทือนวงการ

เจ้าสัวคีรี พูดนำร่องว่า บริษัทร่วมทุนระหว่าง BTS และบมจ.แสนสิริ (SIRI) ได้ปรับเพิ่มงบซื้อที่ดินในช่วง 5 ปีจากเดิมที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท (ปี 58-62) เป็น 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทร่วมทุน หลังจากกลุ่ม BTS ได้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทางรวม 65 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโอกาสพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 500 เมตร

เจ้าสัวย้ำอีกว่า การซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น จะทำให้โครงการของบริษัทร่วมทุน จะทำได้มากกว่าที่ตั้งไว้ 25 โครงการภายใน 5 ปีแน่นอน

ทางด้านผู้บริหารของ SIRI ก็นำทีมมาเพียบแถลงร่วมกันว่า ในปี 60 บริษัทเตรียมการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่าง BTS-SIRI อีก 5 โครงการ ซึ่งมีที่ดินรองรับการพัฒนาทั้งหมดแล้ว แต่นั่นยังไม่พอ เพราะ….กำไรต่ำไป (อันนี้ไม่ต้องพูด แต่ก็รู้ๆ กัน)

แผนงานในอนาคตคือ อยู่ระหว่างการศึกษาและมองหาซื้อที่ดินในทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ และเป็นทำเลบนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีเหลือง ซึ่งคาดว่า ภายในอีก 18 เดือน จะเห็นความชัดเจนของแผนการพัฒนาโครงการแนวราบของบริษัทร่วมทุน สนองตอบกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อโครงการแนวราบ ที่ต้องการพักอาศัยออกมาในทำเลรอบๆ กรุงเทพฯ แทนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอย่างเดียว

พ้นจากนี้ไป ก็คือ กำไรเป็นกอบเป็นกำ…เพราะการจับมือสร้างพลังผนึกเช่นนี้ เป็นไปตามสูตร “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ทำ”…ของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่

นักลงทุนที่ตั้งคำถามว่า แล้วจะซื้อตัวไหนดีช่วงนี้…คำตอบคือ 1) ไม่ควรซื้อช่วงนี้ทั้ง 2 หุ้น เพราะการบันทึกรายได้และกำไรในการลงทุนโครงการอสังหาฯ ยังน้อยกว่าการลงทุน …2) ในอนาคตตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ถ้าจะซื้อ ต้องซื้อทั้งคู่…ไม่อย่างนั้นจะเข้าข่าย “รักพี่ เสียดายน้อง

“อิ อิ อิ”

Back to top button