ถอยก่อนดีกว่า!


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

 

*วานนี้ “โมนิก้า” นั่งมองแรงซื้อที่เข้ามาพยุงดัชนีตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็พบว่า มีความพยายามป้องกันไม่ให้ดัชนีทรุดตัวลงไปอย่างฮวบฮาบ จึงทำให้เชื่อว่า สถานการณ์ในวันนี้น่าจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าวันวาน เพราะแรงเทขายไม่หนาแน่นเหมือนวันก่อนๆ รวมทั้งความวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ ก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แรงซื้อถึงไหลเข้ามาตลอดเวลาไงหละจ๊ะ

*ข้อมูลดังกล่าวทำให้พวกโลกสวยออกมาแสดงอาการปลากระดีได้น้ำกันยกใหญ่ พร้อมกับเกิดอาการมโนครั้งใหญ่มโหฬารว่า ทุกอย่างกำลังดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างช้าๆ วันนี้ต้องมองไปข้างหน้ามากกว่าข้างหลัง เพราะแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ไม่ได้รุนแรงอีกต่อไป จึงเป็นจังหวะของการกระโจนใส่หุ้นแบบสุดซอย เดี๊ยนมองเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงนะจะบอกให้

*เนื่องจากตัวเลขผลประกอบการของหุ้นแบงก์ที่ทยอยประกาศออกมานั้น มันแฝงไว้ด้วยนัยมากมายหลายอย่างด้วยกัน ทั้งเรื่องของการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น รวมทั้งยอดหนี้เสียก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1 ปี 60 ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทหลายแห่งไม่มีความคล่องตัวในการทำธุรกิจเจ้าค่ะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนียืนปิดอยู่ที่ระดับ 1,567.19 จุด ลบไป 7.23 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.34 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นเรื่องที่อันตรายสำหรับพวกที่ “คิดช้า ทำช้า” เพราะการถูกถล่มเทขายอย่างหนักหน่วงของหุ้นบนกระดาน most active ในเที่ยวนี้ เขาพุ่งเป้าไปที่หุ้นแบงก์เป็นแกนหลัก ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดตัวเดิมอีกครั้งว่า อย่าใจทาง อย่าวางใจหุ้น เดี๋ยวจะขาดทุนเอง! พะยะค่ะ

*ตรงนี้ดูได้จากหุ้น KTB BBL KBANK และ SCB ถูกเทขายอย่างหนักหน่วงในช่วงท้ายตลาด จนออกอาการเสียศูนย์เร็วกว่ากำหนดนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องผิดแปลกแหวกแนวสักนิดหนึ่ง และไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีขึ้นมาทั้งที ก็ควรเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มใจ พร้อมกับหาทางป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บหนักนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับหุ้น TMB เปิดหัวมาก่อนใครเพื่อน เลยเจ็บหนักกว่าคนอื่น ล่าสุดวานนี้ก็โดนถล่มเทขายไม่ยั้ง จนหุ้นรูดลงมายืนอยู่ที่ 2.18 บาท ลบไป 0.14 บาท หรือลงไป 6% ด้วยมูลค่า 1.18 พันล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้กำลังไต่เพดานบินขึ้นไปอย่างช้าๆ แต่ทันทีที่เจอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น หุ้นก็รูดหนัก 2 วันติดอย่างรวดเร็วแบบนี้ บอกได้เลยว่า มีโอกาสหลุด 2 บาทค่อนข้างสูงเจ้าค่ะ

*เมื่อสถานการณ์โดยรวมไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ ก็พลอยฟ้าพลอยฝนทำให้หุ้นขายไก่ GFPT ออกอาการเซตามไปด้วย จนสุดท้ายลงมาปิดที่ 18 บาท ลบไป 1.60 บาท หรือลงไป 8.10% ด้วยมูลค่า 318 ล้านบาท ทั้งที่หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้อยู่ในทิศทางขาขึ้น จู่ๆ หุ้นดันกลับทิศแบบไม่ทันตั้งตัว “โมนิก้า” ถึงมองเป็นสถานการณ์ที่นักเล่นต้องถอยฉากออกมาอย่างเร่งด่วนนะจะบอกให้

*เหมือนกับในรายของ GL โดนสาดหุ้นอย่างหนักในช่วงภาคบ่าย จนสุดท้ายลงเอ่ยที่ระดับ 22.10 บาท ลบไป 1.40 บาทหรือลงไป 6%  ด้วยมูลค่า 680 ล้านบาท มันเป็นผลมาจากความชัดเจนในการทำธุรกิจไม่มีตั้งแต่ต้น เมื่อมีการเจาะข้อมูลลงไปเรื่อยๆ ก็พบกับดีลประหลาดมากมาย ซึ่งทำให้ผู้คนในวงการตลาดหุ้นที่อ่านเกมออกร้องยี้กันเป็นแถว “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจหากจะมีการปั้นข่าวดีออกมากลบกระแส งานนี้บอกได้แค่ว่า หากไม่เก๋าเกมจริงๆ อย่ามาสะเออะกับน้องโม ไม่เช่นนั้นเดี๊ยนจะตอกหน้าหงายนะคะ

*เม้าท์ถึงเรื่องร้ายๆ มาเยอะพอสมควร “โมนิก้า” ขอเปลี่ยนอารมณ์มาดูข่าวดีกันบ้างดีกว่า ซึ่งในที่นี้หมายถึงหุ้นยอดมนุษย์ SUPER กระชากขึ้นมาปิดที่ 1.49 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 8.80% ด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านบาท มันเป็นผลมาจากข่าวตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทไปขอกู้เงินแบงก์เพื่อทำโปรเจ็กต์ใหม่ได้อีก 3 หมื่นล้านบาทแบบนี้..บอกได้แค่ว่า ยาวไป..ยาวไป เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ ETE พอมีการขันน็อตให้กระชับ เครื่องก็ฟิตขึ้นมาในทันที แถมยังสตาร์ทติดง่ายอีกด้วย “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของเกมการเงินที่เริ่มเซ็ตเกมกันใหม่ ไม่มีอะไรที่ต้องตื่นเต้นจนมากเกินไป แต่ที่ต้องดูคือแรงซื้อมีเข้ามาต่อเนื่องหรือเปล่า? เพราะถ้าเป็นไปตามทฤษฎีที่เรียนมา การวิ่งขึ้นมาปิดที่ 4.28 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 7% ด้วยมูลค่า 415 ล้านบาท หุ้นต้องไปต่อนะคะ

*ปล.การกลับมาขายหุ้นของกองทุนตัวแสบ กับฝรั่งตาน้ำข้าว ทำให้น้องโมต้องตระหนักมากขึ้นว่า หุ้นใหญ่จะถูกกดดันอย่างหนัก ไม่มีความจำเป็นต้องไปฝืนธรรมชาติ หรือจะรอให้ถึงโอกาสเหมาะๆ ต่อจากนั้นค่อยเข้าเก็บหุ้นอีกรอบก็ได้เหมือนนะจ๊ะ

Back to top button