KSS คาดหุ้นไทย Sideways Up รับเฟดส่งสัญญาณ Dovish หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

KSS ประเมินหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้น รับสถานการณ์ความตึงเครียดที่เริ่มคลี่คลายลง พร้อมจับตาประชุมเฟดที่มีแนวโน้มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินช่วยหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ ชู MTC, JMT และ THAI เป็นหุ้นท็อปพิกที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเด่นชัด


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ โดยประเมินว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideways/Up” เนื่องจากภาพรวมของสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มมีความชัดเจนในทิศทางที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญในสัปดาห์นี้

โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่จะคาดการณ์ว่าอาจมีการคงอัตราดอกเบี้ย แต่มีโอกาสที่เฟดจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินที่มากกว่าเดิม ซึ่งสวนทางกับมุมมองของตลาดปัจจุบันที่ยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง ปัจจัยดังกล่าวจะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงสนับสนุนวัฏจักรการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรให้อยู่ในรอบของการเติบโตอีกครั้ง

ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียถือเป็นเป้าหมายที่มีความโดดเด่นอย่างมาก จากบทบาทการเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วนในกลุ่มต้นน้ำถึงกลางน้ำ ประกอบกับได้รับกระแสผลบวกจากการย้ายฐานการผลิตกลับสู่ภูมิภาคเดิม และการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โดยฝ่ายวิจัยได้แบ่งธีมการลงทุนเด่นออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแรก หุ้นธีมลงทุนโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ชู บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กลุ่มพลังงานไฟฟ้า นำโดย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON, บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON และ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รวมถึงหุ้นกลุ่มเก็งกำไรชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA

สำหรับกลุ่มที่สอง คือ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียด ประกอบด้วย กลุ่มสายการบินและท่าอากาศยาน ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA กลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตเอกชนรายเล็ก ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI กลุ่มการแพทย์ ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท เจ เอ็ม ทรี อาร์ต แอนด์ บิสซิเนส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT และกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL

นอกจากนี้ KSS ได้แนะนำหุ้นเด่นรายสัปดาห์ โดยเน้นไปที่ MTC, JMT และ THAI ซึ่งมีรายละเอียดและราคาเป้าหมายพื้นฐานดังนี้:

MTC (ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 40.00 บาท): ได้รับประโยชน์จากโอกาสที่เฟดจะเข้มงวดด้านนโยบายการเงินน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีการปรับฐานลงไปลึกกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามมากกว่า 20% แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจ

JMT (ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 13.00 บาท): มีปัจจัยหนุนจากทิศทางนโยบายการเงินของเฟดที่เข้มงวดน้อยกว่าคาด ประกอบกับตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม

THAI (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจากสมาคมนักวิเคราะห์ที่ 7.22 บาท): ได้รับอานิสงส์จากการลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์โลก ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาน้ำมันดิบลดลง ซึ่งต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของต้นทุนรวม นอกจากนี้ยังมีโอกาสลุ้นเข้าคำนวณในดัชนี SET50 อีกด้วย

สำหรับผลการดำเนินงานของหุ้นเด่นในสัปดาห์ก่อนหน้า (ประกอบด้วย AWC, BH และ THAI) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ลดลง 1.56% เมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.62%

นอกจากนี้ สำหรับกลยุทธ์และพอร์ตลงทุนคำแนะนำในระยะกลาง KSS ได้เปิดเผยรายชื่อหุ้นเด่นประจำเดือนมิถุนายน 2569 (JUN26 Best Picks) ได้แก่ THAI, AOT, GULF, KBANK, BH, JMT และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL

ส่วนของหุ้นเด่นประจำไตรมาส 2/2569 (2Q26F Stock Picks) แนะนำ ADVANC, AOT, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, GPSC, GULF, IVL, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, THAI และ TRUE สำหรับกลุ่มหุ้นขนาดเล็กที่น่าสนใจ (Small Cap Play) แนะนำลงทุนใน AMATA, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, CENTEL, บริษัท โรงพยาบาลบางกอก เชน จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC

Back to top button