พึงสังวรณ์

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในยามที่ผู้เล่นหลักกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนปกติ อะไรต่อมิอะไรก็ดูดีไปหมดเสียทุกอย่าง ทำให้แรงซื้อก็พรั่งพรูเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนดัชนีพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 1,648.74 จุด แต่หลังจากนั้นกลับโดนกระหน่ำย่ำยีอย่างหนักหน่วง จนดัชนีร่วงลงไปที่ 1,628.16 จุด ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 1,634.98 จุด บวกไป 0.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนให้นักเล่นต้องพึงสังวรณ์ไว้ตลอดเวลาว่า มันนี่เกม! เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับข่าวสารนะจะบอกให้


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในยามที่ผู้เล่นหลักกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนปกติ อะไรต่อมิอะไรก็ดูดีไปหมดเสียทุกอย่าง ทำให้แรงซื้อก็พรั่งพรูเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนดัชนีพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 1,648.74 จุด แต่หลังจากนั้นกลับโดนกระหน่ำย่ำยีอย่างหนักหน่วง จนดัชนีร่วงลงไปที่ 1,628.16 จุด ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 1,634.98  จุด บวกไป 0.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนให้นักเล่นต้องพึงสังวรณ์ไว้ตลอดเวลาว่า มันนี่เกม! เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับข่าวสารนะจะบอกให้

*ฉะนั้นอย่าถามว่า ประเด็นไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน! เพราะมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเวลานั้นออกมาเป็นแบบไหน? รวมถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์เป็นไปใน “ทางบวก” หรือ “ทางลบ” เดี๊ยนถึงพยายามให้นักเล่นดูสัญญาณเทคนิคควบคู่กันไป เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้การจับจังหวะเคาะขวาทำได้ง่ายขึ้น และพอรู้ข้อมูลเลา ๆ ว่า หุ้นจะไปได้ไกลขนาดไหนเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการที่ดัชนียังประคองตัวเหนือระดับ 1,620 จุดได้อย่างเหนียวแน่น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเรื่องที่เกิดจากความตั้งใจจริง ๆ จึงเป็นจังหวะที่ควร “ลงซื้อ ขึ้นขาย” อย่างไม่มีเงื่อนไข..น่าเสียดายที่สัญญาณเทคนิคบางตัวยังคงแสดงการอ่อนตัวอย่างเห็นได้ชัด เดี๊ยนเลยขอสรุปให้เข้าใจตรงกันว่า ยังไม่ใช่การกลับทิศอย่างบูรณาการนะจ๊ะ

*ในเมื่อกองทุนไม่กล้า คนอื่นออกการปอดแหก การทะยานขึ้นของเจ้าจำปี AOT มาปิดที่ 65  บาท บวกไป 0.75  บาท หรือขึ้นไป 1.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.69 พันล้านบาท “โมนิก้า” จึงขอยกความดีความชอบให้กับรายย่อยล้วน ๆ และตรงจุดนี้ทำให้เดี๊ยนมั่นใจขึ้นไปอีกขั้นว่า หุ้นจะไต่ระดับขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ เพราะของมันเห็นกันอยู่แล้วว่า ราคาหุ้นประคองตัวยืนเหนือแนวรับเส้น 200 วันบริเวณ 64 บาทอย่างแข็งแกร่งนะซี

*เช่นเดียวกับในรายของ PTTEP จู่ ๆ เด้งขึ้นมาปิดที่ 129.50 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.04  พันล้านบาท แถมเป็นการปรับตัวขึ้นวันลงวัน 2 ครั้งติด ๆ พร้อมกับพยายามเทกตัวผ่านแนวต้าน 132  บาท “โมนิก้า” ขอสันนิษฐานว่า น่าจะมีอะไรดี ๆ ซ่อนไว้อย่างแน่นอน จึงกลายเป็นหุ้นน่าสนใจขึ้นมาในทันที แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรเล่นสั้น ๆ ไว้ก่อนนะคะ

*เหมือนกับในรายของ GFPT รู้ว่ามีกองเชียร์เม้าท์ถึงหุ้นตัวนี้เยอะแยะไปหมด แต่อย่าลืมว่า แพตเทิร์นของหุ้นยังเป็นอะไรที่ฟันธงยาก บวกกับปลายปีที่แล้วต่อเนื่องถึงปีนี้ ราคาหุ้นเอาแต่มุดหัวลงลูกเดียว “โมนิก้า” ถึงอยากให้คิดกันสักนิดว่า การขึ้นมาปิดที่ 12.60 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 122 ล้านบาท เป็นจังหวะของการลุยต่อจริงไหม? หรือจะรอให้หุ้นย่อตัว แล้วค่อยซื้อ..ไปคิดกันอีกรอบเจ้าค่ะ

*ที่น่าแปลกใจสุด ๆ ในเที่ยวนี้คือ GREEN สามารถไต่ระดับขึ้นมาปิดที่ 1.32 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 29.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นผิดปกติ “โมนิก้า” ถือว่าช็อตนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะหลายคนรู้ดีว่า หุ้นตัวนี้มีเจ้ามือคอยประคองเกมให้ตลอด เลยไม่โดนสาดทิ้งเหมือนกับหุ้นตัวอื่น ๆ จึงเป็นตัวแปรที่ทำให้เดี๊ยนมองว่า สงครามวันเดียวอีกแล้ว เพราะมันไม่มีเหตุผลอื่นมาอธิบายได้เลยนะซี

*ส่วนหุ้นดาวรุ่งผีพุ่งใต้อย่างเช่น AKR กลายเป็นช็อตเด็ดสำหรับพวกเสือปืนไว และเหตุผลที่ต้องแสดงอาการโอเวอร์รีแอ๊ค จนบางคนรู้สึกหมั่นไส้สุด ๆ ก็มาจากก๊วนบางก๊วนช่วยกันตีราคาขึ้นมา พร้อมกับมีการปล่อยภาพโฮโลแกรมที่บอกเล่าถึงแผนการเติบโตชนิดที่ภาพของธุรกิจลอยเข้ามาในสมอง จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า การขึ้นมาปิดที่ 1.64 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นอีก 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 180 ล้านบาท มันเป็นขาขึ้นจริง ๆ นะคะ

*ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับในรายของ SUPER เมื่อถึงช่วงขาขึ้นก็ดันสุดซอย พอถึงช่วงขาลงก็ทิ้งไม่เลิก  “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่หุ้นทรุดฮวบลงมาปิดที่บริเวณ 0.74 บาท ลบไป 0.16 บาท หรือลงไป 17.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 924 ล้านบาท มันทำให้ผู้คนในตลาดหุ้นหันไปเหลียวมอง ป.พาเพลิน อีกครั้งแบบช่วยไม่ได้..ในเมื่อรอบก่อนยังตอบกันไม่เคลียร์ เที่ยวนี้เลยโดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษนะจ๊ะ

*ส่วนที่เป๋ไม่เป็นขบวนแบบงง ๆ “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปยังหุ้น ดอย..โอ้..ดอย หรือที่รู้จักกันในนาม DOD เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าวดีเข้ามาเป็นระยะ จนหุ้นเด้งจากราคา 10 บาทนิด ๆ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ  15.90 บาท  แต่มาวันนี้หุ้นลงมายืนอยู่ที่ 11.70 บาท ลบไป 1.20 บาท หรือลงไป 9.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย  877 ล้านบาท พร้อมกับแสดงอาการจะลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่แบบนี้ ..so sad เหลือเกินค่ะ

Back to top button