INVX แนะเก็บหุ้น 3 ธีมเด่น “ปันผลสูง-New Normal-กำไร Q3 โต” รับ SET ผันผวน

INVX แนะกลยุทธ์ Selective Buy รับ SET ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 จุด ชู 3 ธีมหุ้นเด่น High Dividend, New Normal และหุ้นกำไรโตไตรมาส 3/69 พร้อมเสริมธีมเทรดดิ้งรับบาทอ่อน-ฟุตบอลโลก ชู ADVANC, GULF, CENTEL, CPALL และ TRUE เด่นตามธีมลงทุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ INVX ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยระยะสั้นว่า ดัชนี SET มีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 จุด โดยคาดว่าตลาดจะมีลักษณะ Sector Rotation หรือการหมุนเวียนลงทุนรายกลุ่ม หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เป็นหลัก ส่งผลให้ภาพรวมหุ้นอื่นยังปรับขึ้นได้จำกัด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม Dot Plot ล่าสุดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งอาจจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยง และสร้างความผันผวนต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือ Fund Flow ในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกสำคัญมาจากกรณีสหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน และลดแรงกดดันต่อราคาพลังงานในระยะถัดไป ทำให้กลยุทธ์การลงทุนยังเน้น “Selective Buy” หรือเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ

ทั้งนี้ INVX มองว่าเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสไหลเข้าเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Laggard ที่ได้อานิสงส์จากการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Dot Plot ของเฟดที่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีม Trading Idea ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยธีมหลักแรก คือ หุ้น High Dividend แบ่งเป็นหุ้นระยะสั้นเพื่อดักเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่คาดว่าจะให้ Dividend Interim Yield มากกว่า 2% และคาดประกาศจ่ายช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ได้แก่ ADVANC, OR, PTT, PTTEP, SCCC, SIRI, TQM และ TU

ส่วนหุ้นปันผลระยะยาว เน้นบริษัทพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี คาดให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลมากกว่า 5% ต่อปี และ Valuation ยังไม่แพง ได้แก่ AP, BBL, FTREIT, LHSC และ PTT

ธีมที่สอง คือ หุ้น New Normal ซึ่งได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล อาทิ Solar Cell, EV และ Data Center โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาด GULF, GPSC และ BGRIM กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA และ AMATA รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการจำหน่ายและติดตั้ง Solar Rooftop ได้แก่ SCC, BANPU, HMPRO, GLOBAL และ GUNKUL

ธีมที่สาม คือ หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ที่มีแรงส่งการเติบโตต่อเนื่อง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และแนวโน้มกำไรชัดเจน ได้แก่ CENTEL, CPN, GULF, HANA และ WHA

ส่วน 4 ธีม Trading Idea ได้แก่ 1.Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการลงนาม MOU สันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ได้แก่ กลุ่มสายการบิน AAV และ THAI กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ได้แก่ BGRIM และ GPSC กลุ่มยานยนต์ AH และ SAT รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว MINT และ CENTEL

2.Hawkish & Baht Depreciation Play หลัง Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ หนุน Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต BLA และ TLI รวมถึงกลุ่มส่งออก TU และ ITC

3.Laggard Play เน้นหุ้น Big Cap ที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL, CPN, GLOBAL, BEM, TRUE และ BDMS และ 4. World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัมบวกจากกระแสฟุตบอลโลก โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPALL, CPAXT, MINT, HTC และ TRUE

Back to top button