เป้าต่อไป 1,700 จุด

*การทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นไทยวานนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์เอามาก ๆ เพราะเป็นการปรับตัวขึ้นแรงเหนือความคาดหมาย หลังดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,690.08 จุด บวกไป 15.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.75 หมื่นล้านบาท พร้อมกับวิ่งทะลุแนวต้าน 1,680 จุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบเดือนครึ่ง มันเป็นสถานการณ์ที่เกิดจากน้ำมือกองทุนขี้ตืดที่ขันอาสากลับมาเป็นเจ้าภาพหลัก พร้อมกับทำให้เป้า 1,700 จุดไม่ไกลเกินเอื้อมเจ้าค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*การทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นไทยวานนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์เอามาก ๆ เพราะเป็นการปรับตัวขึ้นแรงเหนือความคาดหมาย หลังดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,690.08 จุด บวกไป 15.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.75 หมื่นล้านบาท พร้อมกับวิ่งทะลุแนวต้าน 1,680 จุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบเดือนครึ่ง มันเป็นสถานการณ์ที่เกิดจากน้ำมือกองทุนขี้ตืดที่ขันอาสากลับมาเป็นเจ้าภาพหลัก พร้อมกับทำให้เป้า 1,700 จุดไม่ไกลเกินเอื้อมเจ้าค่ะ

*แม้ผู้เล่นหลักอย่าง ฝรั่งตาน้ำข้าว กับปอบผีฟ้า จะหันมาเทขายหุ้น ผสมโรงกับแมงเม่าแบ่งขายหุ้นทำกำไรออกมาบางส่วน แต่เมื่อประเมินสถานการณ์ในช่วงสั้น ๆ ไม่มีอะไรเลวร้ายหนักกว่าเดิม กองทุนขี้ตืดจึงฉวยโอกาสดันหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู ซึ่งเป็นบรรยากาศที่พบเห็นได้เป็นประจำในวันที่ตลาดหุ้นแกว่งตัวขึ้น เดี๊ยนถึงสนับสนุนให้แมงเม่าเทขายหุ้นต่อไปเมื่อดัชนียกตัวสูงขึ้นไงล่ะคะ

*เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมีหน้าที่ทำกำไรให้ได้ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นดีสุด ๆ หรือช่วงที่ตลาดหุ้นเลวร้ายสุด ๆ มักจะเปิดโอกาสให้คนที่เกาะติดสถานการณ์ได้หาเงินเป็นค่าขนมเป็นประจำ และการดีดตัวของดัชนีในเที่ยวนี้ก็ทำให้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ผู้เล่นกลุ่มสถาบันถึงเข้าเล่นหุ้นเป็นช่วง ๆ หุ้นถึงพุ่งแรงบ้าง ลงแรงบ้างไงล่ะคะ

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอหันมาดูเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับ LH บ้างดีกว่า เพราะเป็นหุ้นที่ฟื้นคืนสภาพได้เร็วที่สุดตัวหนึ่ง จากช่วงต้นปีราคาหุ้นยืนอยู่ที่บริเวณ 10.50 บาท ล่าสุดวานนี้หุ้นขึ้นมายืนที่ระดับ 12.20 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.15 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นอย่างช้า ๆ ในทิศทางขาขึ้น จึงกลายเป็นหุ้นที่น่าสนใจสุด ๆ ตัวหนึ่ง บวกกับมีการให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 15 บาทแบบนี้..ต้องรีบสอยด่วนนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ QH หากนักเล่นอ่านแพตเทิร์นของหุ้นเป็นแบบ w-shape ได้ก่อนใครเพื่อน วันนี้คงนั่งตีขิมอย่างสบายใจ เพราะวงรอบของหุ้นในช่วง 5 ปีครึ่ง วนเวียนบนกรอบ 2-4 บาท แต่ถ้าดูสั้นขึ้นมานิดหนึ่งจะเห็นว่า หุ้นกำลังพยายามไต่ระดับขึ้นไปยืนแถว 3.80 บาท ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดยืนปิดบริเวณ 3.52 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 6% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.39 พันล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตที่ออกได้ทั้งบวกทั้งลบ วันนี้ถึงขึ้นอยู่กับนักเล่นจะเฮโลไปด้านไหน?..อิอิอิ

*ส่วนที่ชัดเจน และแน่นอนสุด ๆ “โมนิก้า” ขอแนะนำให้พุ่งเป้าไปที่ BEM ดาวเด่นที่มาแบบเรื่อย ๆ ไม่กระโตกกระตาก แถมในระหว่างทางมีการทดสอบแรงเทขายเป็นระยะ จนล่าสุดขึ้นมายืนอยู่ที่ 8.30 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 2.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.14 พันล้านบาท มันเป็นจังหวะที่ต้องตามน้ำในทันที หลังเห็นกันเต็มสองลูกตาว่า หุ้นกำลังใช้ความพยายามเพื่อขึ้นไปยืนเหนือ 8.50 บาทนะจะบอกให้

*เหมือนกับในรายของ MALEE ทุกคนรู้ว่า หุ้นตัวนี้ผ่านจุดต่ำสุดของการทำธุรกิจมาแล้ว และตอนนี้เริ่มกลับสู่ทิศทางในการทำกำไรอย่างบูรณาการ วานนี้ถึงเห็นพวกนกรู้เข้ามาเก็บหุ้นอย่างหนักหน่วง จนหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 15.60 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 9.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 107 ล้านบาท “โมนิก้า” คงบอกได้แค่ว่า งานดี..มีคุณภาพ..อีกแล้วค่ะท่าน ถ้าอยากรู้รายละเอียดต้องตามไปดูกันเอาเอง..เดี๋ยวจะหาว่า เดี๊ยนเผือกมากเกินงามเจ้าค่ะ

*ส่วนอีกหนึ่งรายที่น่าตามกระแสมาก ๆ “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปที่ GFPT ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับรายข้างต้นค่อนข้างมาก บวกกับในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หุ้นพยายามยกตัวเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า การกลับทิศได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ไป ๆ มา ๆ ก็โดนดักเทขายเป็นระยะ จนสุดท้ายหุ้นวิ่งขึ้นมายืนปิดตรงแนวต้านบริเวณ 13.80 บาทพอดีแบบนี้ เลยก่อให้เกิดคำถามว่า การปิดที่ 13.80 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 5.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 135 ล้านบาท ยังเป็นจังหวะที่พอจะเล่นได้ไหม?..ลองไปคิดกันดูนะคะ

*ประเด็นดังกล่าวนี้พานให้นึกถึงหุ้น ACAP ขึ้นมาอย่างมารวดเร็ว เพราะหลังจากไม่สามารถฝ่าเส้นแนวต้าน 75 วัน ตรงบริเวณ 8.50 บาทขึ้นไปได้ จึงม้วนตัวกลับลงมาอย่างง่ายดายนั้น “โมนิก้า” มองเป็นช็อตปกติของหุ้นที่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบแรงเทขาย แต่ทันทีที่หุ้นกระชากพรวดเดียวขึ้นมาปิดที่ 8.95 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 8.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63 ล้านบาท ย่อมเป็นช็อตที่ทำให้ขาลุยต้องเคาะขวาตามแบบสุดซอยใช่ไหมเอ่ย?

*เม้าท์ถึงเรื่องที่ต้องคิดขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอย้อนกลับมาดูหุ้นกระแสอย่าง BEC สักเล็กน้อยดีกว่ามั่ง หลังจากสายสืบสองสลึงบรรยายถึงเกมโหดที่กำลังเกิดขึ้นในเที่ยวนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์อะไรทั้งสิ้น เดี๊ยนถึงไม่รู้สึกตื่นเต้นกับหุ้นตัวนี้สักเท่าไหร่? เพราะของมันเห็นกันอยู่แล้วว่า ทุกวันนี้ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผู้คนถึงสงสัยการกระชากขึ้นมาปิดที่ 8.95 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 4.70% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 108 ล้านบาท มันมีนัยจริงไหมตัวเอง?

Back to top button