กุญแจที่ไร้รู


พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิตกุล

ราคาหุ้นบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ราคาหุ้นที่ซื้อขายกันในตลาดของ BEAUTY เสมือนถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนให้โบยบิน บวกขึ้นไปถึง 0.11 บาทวานนี้ หรือประมาณ 6.71% เมื่อผลประกอบการงวดสิ้นปี 2563 ประกาศออกมา

ผลปรากฏว่ากลับมาทำกำไรได้ในไตรมาสสุดท้าย หลังจากขาดทุนสุทธิต่อเนื่องมาสองไตรมาสติดกันจนอาจจะเข้าข่ายติดเครื่องหมาย C อย่างชวนให้เสียวไส้มาแล้ว แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะตัวเลขการขาดทุน 109 ล้านบาท ยังทำให้งบการเงินขี้เหร่ต่อไป โดยมีกำไรสะสมติดลบอยู่ 92 ล้านบาทเศษ ยังจ่ายปันผลไม่ได้

เท่ากับตอกย้ำคำพูดเก่าแก่ของโอมาร์ ตัยยัมแห่งเปอร์เซียที่ว่า ประตุห้องทุกบานต้องมีกุญแจ แม้กุญแจนั้นจะมีรูหรือไม่ก็ตาม

แม้กำไรสุทธิจะไม่ขี้เหร่พอประมาณ และจ่ายปันผลไม่ได้ ช่างตรงกันข้ามกับความพยายามสร้างข่าวเทียมของบริษัทประชาสัมพันธ์ที่มุ่งเน้นเรื่องที่ในไตรมาสสี่เป็นหลักมากกว่าให้ภาพรวมที่ถูกต้อง แต่อย่างน้อยก็ช่วยพลิกสถานการณ์ที่ทำให้กำไรสะสมเกลี้ยงถึงขั้นติดลบ หลังสิ้นไตรมาสสองปีที่ผ่านมา

ภาวะดังกล่าวส่งสัญญาณว่าพ้นจุดอันตรายของธุรกิจแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าราคาฐานล่าสุด 1.71 บาท น่าจะไม่ได้เห็นอีกนานเดือนเลยเชียวละ

BEAUTY เผยผลประกอบการไตรมาส 4/63 พลิกมีกำไรทางบัญชีสุทธิ 18.9 ล้านบาทหรือมีกำไรจากผลการดำเนินงาน 4.1 ล้านบาท ซึ่งกำไรหลังจากเผชิญกับยอดขายที่หกคะเมนตีลังกาถดถอยรุนแรงจากผลพวงของการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 มีสาเหตุหลักมาจากควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง 39.7%

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่าผลประกอบการปี 2563 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 786.8 ล้านบาท ลดลงจากปี   ก่อนที่มีรายได้รวม 2,020.8 ล้านบาท

รายได้ที่ลดลงเกินกว่า 60% ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง โดยมีค่าใช้จ่าย 80.9 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-routine expenses) และ 24.7 ล้านบาทเป็นการรับรู้ผลประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนตามแนวทางปฏิบัติสำหรับภาษีเงินได้มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 12 ดังนั้นบริษัทมีผลประกอบการจากการดำเนินงานหรือกำไรเบื้องต้นติดลบอยู่ที่ 48.8 ล้านบาท โดยลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 232.6 ล้านบาท

การขาดทุนเบื้องต้น ถูกบรรเทาลงจากการที่ฝ่ายบริหาร ปรับกลยุทธ์แนวทางบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงลดขนาดองค์กรให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ โดยล่าสุด BEAUTY มีสินทรัพย์รวมที่ 1,082.26 ล้านบาท บาทลดลง 17.76% ส่วนหนี้สินรวม เท่ากับ 234.35 ล้านบาท ลดลง 2.12% ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นมียอด 847.90 ล้านบาท ลดลง 21.23% จากระยะเดียวกันปีก่อน

ยอดหนี้ที่ต่ำ แม้ขาดทุนสะสมจะติดลบ จะช่วยให้การเทิร์นอะราวด์ทำได้ง่ายขึ้น

การปรับโครงสร้างลดขนาดองค์กรให้มีความคล่องตัว ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการทำกำไรของบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ เป็นจุดเด่นในยามขาลงของธุรกิจที่บริษัทนี้กระทำไป แม้จะยังไม่ทำให้กำไรกลับคืนมาได้ แต่ก็ช่วยให้ตัวเลขขาดทุนกระเตื้องขึ้นชัดเจน

แม้ฝ่ายบริหารของบริษัทจะพยายามปลอบขวัญโดยให้คำมั่นสัญญาว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2564 บริษัทวางเป้าหมายผลประกอบการกลับมาทำกำไร มีฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งพร้อมพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป …จะเป็นแค่ ลมปาก ที่ต้องผ่านการพิสูจน์ด้วยตัวเลขผลประกอบการจริง แต่ก็อย่างน้อยสะท้อนให้เห็นความพยายาม หากุญแจมาเปิดประตูแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น…ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

อย่างน้อยที่สุด ปีที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารก็ไม่ได้แอบขายหุ้นทิ้งให้เกิดวิกฤตศรัทธาเหมือนในอดีตที่เคยกระทำมาหลายครั้ง จนกระทั่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดตระกูลไกรภูเบศ นำโดยนพ.สุวิน ไกรภูเบศ กลายเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน ในช่วงที่ราคาที่ค่าพี/อีสูงกว่า 45 เท่า จนกระทั่งสัดส่วนหุ้นที่เคยถือมากกว่า 70% ตอนเข้ามาในตลาดใหม่ ๆ ล่าสุดเหลือถือหุ้นต่ำกว่า 25% ไปแล้ว

ยามนี้ แม้นักลงทุนไม่น้อยที่ชื่นชอบถือครองหุ้นยอดนิยมตัวนี้ จะพยายามลืมวิกฤตศรัทธาจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ทิ้งหุ้นมากมาย แต่ข้อเท็จจริงที่สะท้อนว่าผู้บริหาร ยังสร้างผลงานที่ต่ำกว่าความคาดหวังมาก เป็นเครื่องหมายคำถามที่ดีว่ากุญแจทางออกของประตูที่ยังปิดตายอยู่จากวิกฤตโควิด-19 จะไขหาทางออกเมื่อใด

ปัจจุบันกุญแจยุคดิจิทัลนั้นไม่ต้องการรูก็สามารถไขได้ เพราะมีรหัสเอาไว้

ราคาหุ้น BEAUTY ที่พุ่งแรงจากฐานวานนี้ แม้จะยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ก็คาดหวังว่า ทีมงานของนายแพทย์สุวิน จะสามารถรักษาคำมั่นไว้ได้

ปาฏิหาริย์กับผลประกอบการ…ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย

ช่วงเวลาเช่นนี้ การเข้าเก็งกำไรหุ้น BEAUTY เพราะเห็นราคาต่ำเกินห้ามใจ ที่ระดับต่ำกว่า 2.00 บาท จึงเป็นได้ทั้งการซื้อสะสม หรือ ซื้อเวลาไปพลาง ๆ ก็ย่อมได้

ตามคติเก่าแก่……“อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ

Back to top button