AOTGA ป่าล้อมเมือง.!


สำนักข่าวรัชดา

หลังจากบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA มีความแข็งแรงมากขึ้นจากการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ถือหุ้นใหญ่ และมีกลุ่มบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เข้ามา (ผ่านการถือหุ้นในบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ SAL ซึ่งถือหุ้นใน AOTGA 51%) ก็ทำให้ AOTGA แข็งแกร่งมากขึ้น..!!

ในแง่ 1) เป็นลูกของ AOT และ 2) ได้ SKY ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานระบบ เพราะทำระบบให้กับ AOT อยู่แล้ว มีดาต้าเบสพร้อม สามารถ Synergy กับ AOTGA ได้เลย

ทว่าความแข็งแรงของ AOTGA มาพร้อมความอ่อนแอของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ต่างจากลูกผีลูกคน ต้องแก้ปัญหาชีวิตด้วยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และไม่อยู่ในสถานะรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป กลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ไม่ได้รับสิทธิรับเลือกเป็นคู่สัญญาของภาครัฐ

เลยเป็นโอกาสให้ AOTGA รุกงานบริการภาคพื้นมากขึ้น จากเดิมเป็นผู้ให้บริการขนย้ายสัมภาระ คาร์โก้ ทำความสะอาดเครื่องบิน หลุมจอด ที่สนามบินดอนเมืองอยู่แล้ว ตอนนี้ก็รุกคืบไปที่สนามบินภูเก็ต หลังจากในวันที่ 29 เม.ย.นี้ การบินไทยจะหมดสัญญา ก็ทำให้ AOTGA เข้ามาเสียบแทน…

ถือเป็นสเต็ปที่สองของ AOTGA…หลังจากสเต็ปแรกคว้าสนามบินดอนเมืองมาครองเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว

แหม๊…ดู ๆ ไปก็ไม่ต่างจากการใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองเลยนะเนี่ย…

เนื่องจากเป้าหมายของ AOTGA คือยึดงานบริการภาคพื้นสนามบินที่อยู่ภายใต้กำกับของ AOT ที่มีทั้งหมด 6 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่…แต่เป้าหมายหลักคงอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งขุมทรัพย์มหาศาล…

ซึ่งปัจจุบันมีการบินไทย และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เป็นผู้ให้บริการงานภาคพื้นอยู่ โดย BA จะหมดสัญญาประมาณปี 2569 ส่วนการบินไทยจะหมดสัญญาปี 2579

ก็น่าคิดนะว่าในส่วนของการบินไทยนั้น อาจไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนกู้ชีพ ที่ไม่รู้จะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่..? โอกาสที่จะได้ต่อสัญญาคงยากตามไปด้วย…

ส่วน BA คงได้ไปต่อ…แม้ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจสายการบินจะประสบปัญหาขาดทุน แต่ยังมีฐานทุนที่แข็งแรงจาก หมอเสริฐ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

โอเค…แม้ช่วง 1-2 ปีนี้ นักท่องเที่ยวอาจยังไม่ได้กลับมาคึกคักเหมือนก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิดในหลาย ๆ ประเทศยังอยู่ในภาวะวิกฤต

แต่ลองนึกภาพว่า ถ้าโควิดคลี่คลายเมื่อไหร่ ธุรกิจการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง (อย่าลืมว่า ประเทศไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยือนไทยเกือบ 40 ล้านคน) ตอนนั้นแหละจะเป็นยุครุ่งเรืองของ AOTGA ที่แท้ทรู…แม้ปี 2563 พลาดท่าถูกโควิดเล่นงานซะยับเยิน ส่งผลให้ขาดทุน 60 ล้านบาท จากรายได้รวม 196 ล้านบาทก็ตาม

เมื่อ AOTGA เจริญโชติช่วงชัชวาล…สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คงหนีไม่พ้นผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง AOT และถือหุ้นทางอ้อมอย่าง SKY แหละคุณขา...

…อิ อิ อิ…

Back to top button