S แตกขาใหม่ กระจายเสี่ยง

S ตั้งเป้าการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดภายใน 6 ปี (ปี 65-70) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และเตรียมรับรู้รายได้ประจำอีกปีละกว่า 150 ล้านบาท


คุณค่าบริษัท

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ซึ่งผ่านการ Backdoor Listing บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ RASA เข้าตลาดหลักทรัพยฯ เมื่อปลายปี 2557 เดิมถูกวางให้เป็นเรือธงด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มสิงห์ แต่จากการมาของโควิดทำให้รายได้ของอสังหาฯ ปรับลดลงอย่างชัดเจน

สะท้อนได้จากงบปี 2563 ที่มีตัวเลขขาดทุนสูงถึง 2,613 ล้านบาท จากรายได้รวม 7,494 ล้านบาท และปี 2564 ขาดทุนลดลงเหลือ 137 ล้านบาท จากรายได้รวม 8,316 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ ขาดทุน 47 ล้านบาท จากรายได้รวม 3,027 ล้านบาท

ทำให้ S ต้องปรับกลยุทธ์แตกไลน์ไปสู่ธุรกิจใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยง…เลยเป็นที่มาของการไปลงทุนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุมธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจบริการ รวมถึงนวัตกรรมต่างๆ 2.ธุรกิจโรงไฟฟ้า ผ่านการร่วมลงทุนกับพันธมิตร จำนวน 3 โรง ขนาดกำลังการผลิตรวมกว่า 400 เมกะวัตต์

และ 3.กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ผ่านโครงการนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจเกี่ยวเนื่องบนพื้นที่โครงการ 1,776 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย กม.63 ต. ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง

โดย S ตั้งเป้าหมายการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดภายใน 6 ปี (ปี 2565-2570) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และเตรียมรับรู้รายได้ประจำอีกปีละกว่า 150 ล้านบาท โดยในปี 2565 ตั้งเป้าหมายขาย 15% ของพื้นที่ทั้งหมด คิดเป็นพื้นที่ 149 ไร่ มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจอสังหาฯ วางเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์สะสมในช่วง 5 ปีจากนี้ (ปี 2565-2569) ไว้ที่ 34,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 27% ต่อปี โดยในปี 2565 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 4,400 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2569 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์สูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

พร้อมตั้งเป้าหมายจะเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ มูลค่าโครงการรวม 52,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 75% มูลค่า 38,000-39,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 25% มูลค่า 13,000-14,000 ล้านบาท

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่

  1. บริษัท สิงห์ พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด 2,411,458,977 หุ้น 35.18%
  2. นายสันติ ภิรมย์ภักดี 893,254,778 หุ้น 13.03%
  3. SINGHA PROPERTY MANAGEMENT (SINGAPORE) PTE. LTD. 711,015,866 หุ้น 10.37%
  4. MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC 387,611,354 หุ้น 5.66%
  5. นายภูริต ภิรมย์ภักดี 303,115,400 หุ้น 4.42%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ
  2. นายชญานิน เทพาคำ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  4. นายณัฎธ์วัฒน์ ศิลปวิทยกุล กรรมการ
  5. นายดอล บุญมั่น กรรมการ
  6. นายการุญ นันทิลีพงศ์ กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
  7. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
  8. นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมการอิสระ
  9. นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการอิสระ

Back to top button