พาราสาวะถี

สำหรับคนจนหรือผู้มีรายได้น้อย บัตรคนจนที่ให้มาหรือโครงการคนละครึ่งที่กำลังจะเริ่มเฟส 5 ไม่เพียงพอต่อความเดือดร้อนที่คนกำลังเผชิญ


ปัญหาเรื่องการปรับขึ้นค่าไฟที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจอ้างว่าเป็นไปตามวงรอบทุก 4 เดือน พร้อมยกธรรมะมาสอนให้ประชาชนทำใจเข้าใจเหตุแห่งทุกข์นั้น มันเป็นคนละเรื่องกันเลย แต่กรณีนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ต้องหนักใจ เรื่องใหญ่ของประชาชนคนทั่วไปที่ท่านผู้นำและทีมเศรษฐกิจหมดปัญญาที่จะแก้ไข จนทำให้คะแนนนิยมต่ำเตี้ย และบ่อนเซาะเสถียรภาพของรัฐบาลก็คือ ปัญหาปากท้อง ที่พบว่าต้นทุนชีวิตเกือบจะทุกด้านปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับคนจนหรือผู้มีรายได้น้อย บัตรคนจนที่ให้มาหรือโครงการคนละครึ่งที่กำลังจะเริ่มเฟส 5 ไม่เพียงพอต่อความเดือดร้อนที่คนกำลังเผชิญ ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนสินค้าเกษตรราคาปลายทางแพงแต่เกษตรกรไม่ได้รับอานิสงส์ใด ๆ ยังคงถูกกดและประสบกับปัญหาต้นทุนในการผลิตสูงที่ไร้มาตรการช่วยเหลือ ต้องเผชิญชะตากรรมความลำบากกันต่อไป ล่าสุด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจี้ให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อนุญาตให้ปรับขึ้นราคาจากซองละ 6 บาท เป็น 8 บาท

ในมุมมองของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจก็จะท่องแต่ห่วงโซ่เศรษฐกิจ อ้างเข้าใจทั้งฝ่ายผู้ผลิตและประชาชน เห็นใจทุกฝ่าย แต่ไม่รู้จะแก้ยังไง โยนให้เป็นภาระของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เจ้ากระทรวงก็บอกได้แต่ว่าต้องให้สมเหตุสมผล แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรมการค้าภายในที่ต้องไปศึกษาผลกระทบรอบด้าน แต่ฟังจากอธิบดีกรมการค้าภายในแล้ว ยังไงก็ต้องให้ขึ้นราคาแน่นอน

อยู่ที่จะว่าเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง โทษผู้ประกอบการไม่ได้เพราะทุกคนเห็นสภาพปัญหากันอยู่ ในฐานะผู้บริโภคก็ไม่มีทางเลือก ไม่ว่าจะขึ้นกันซองละกี่บาทก็ยังถือว่าเป็นอาหารที่ช่วยทำให้พอประทังชีวิตได้ในยามขัดสน ปัจจัยสำคัญมันอยู่ที่ผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหามองออกหรือไม่ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องแก้ไขกันแบบไหน อย่างไร รายได้ของประชาชน ผู้มีรายได้น้อยเพียงพอต่อค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นแทบจะทุกด้านหรือไม่

การอ้างว่าเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้องมองฝั่งผู้ประกอบการด้วย หากเอาใจแรงงานอย่างเดียวแล้วฝ่ายนายจ้างอยู่ไม่ได้ ทุกอย่างก็จบเห่ แต่ความเป็นจริงคือทุกอย่างมันขยับขึ้นมาต่อเนื่องนานเป็นปีแล้ว ท่าทีของฝ่ายกุมอำนาจก็ยังไม่ยอมที่จะส่งสัญญาณใด ๆ เอาแต่บอกว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการไตรภาคีที่ก็รู้กันอยู่ว่ากลไกดังว่านั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นไปเพื่อประโยชน์ ยกเอาปัญหาของลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงานเป็นตัวตั้ง ตัวชี้วัดที่สำคัญหรือไม่

กลายเป็นว่าเมื่อเผชิญปัญหาหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะไปวิเคราะห์หาสาเหตุ และวางแนวทางแก้ไขทำให้ประชาชนอุ่นใจ ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจกลับแนะนำให้ใช้ธรรมะมาเป็นหลัก ทำใจให้ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ คงมีปัญญาได้เท่านี้จริง ๆ เหมือนกับการตอบคำถามคนกาญจนบุรีเมื่อคราวลงพื้นที่เรื่องของแพง อ้างแต่เข้าใจและพยายามจะแก้ไขให้ แต่ก็ไม่วายบอกให้ประชาชนใช้ชีวิตกันตามอัตภาพ อย่าฟุ้งเฟ้อ ทั้งที่ ทุกวันนี้ไม่มีอันจะกินกันอยู่แล้ว มองไม่เห็นหนทางเดินไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามที่คุยโวแต่อย่างใด

ส่วนมิติทางการเมืองการไม่ได้ไปต่อของสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 นำมาซึ่งความไม่พอใจของฝ่ายถือหางผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจำนวนหนึ่ง เนื่องจากมองว่าการกลับไปใช้สูตรหาร 100 นั้น เหมือนเป็นการเดินไปเข้าทางของฝ่ายตรงข้าม จนเกิดเป็นประเด็นวิวาทะของกุนซือกฎหมายของพี่ใหญ่แก๊ง 3 ป.กับน้องเล็กอย่าง ไพบูลย์ นิติตะวัน กับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จนท่านผู้นำถึงกับออกอาการหงุดหงิดเมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้

เข้าใจได้ว่าไม่ประเด็นที่ว่าเพราะพีระพันธุ์เป็นที่ปรึกษาของตัวเองแล้วไปเขม่นกับมือกฎหมายของพี่ใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่พอใจเนื่องจากการทำให้สภาล่มจนร่างกฎหมายต้องตกไปนั้น ส.ว.ลากตั้งก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถทำให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น เหมือนที่ตั้งคำถามในฐานะผู้ที่ตั้งมากับมือ ทำไมจึงไม่สั่งให้ ส.ว.เหล่านั้นร่วมประชุม เป็นองค์ประชุมให้กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายเดินหน้าต่อไปได้

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์และต่อเนื่องมาถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ทำให้เห็นว่าพี่ใหญ่มีอำนาจอย่างแท้จริงต่อการกำหนดทิศทางภายในพรรคสืบทอดอำนาจ หากแต่ยังรวมไปถึงการประลองกำลังกันในสภาสูง ที่บทสรุปสุดท้ายทำให้เห็นว่า ส.ว.สายพี่ใหญ่นั้นมีมากกว่า นั่นมันจึงเป็นคำตอบว่าทำไมทั้งที่มี 250 เสียงของ ส.ว.ในการประชุมร่วมรัฐสภา หากจับมือเหนียวแน่น บวกกับเสียงของ ส.ว.ที่ไปแสดงตัวในวันนั้น อย่างไรเสีย องค์ประชุมก็ต้องครบ

ผลพวงจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผนวกเข้ากับปมปัญหาวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเข้าด้วยแล้ว จึงไม่แปลกที่ผู้สื่อข่าวจะสังเกตอากัปกิริยาของท่านผู้นำเมื่อถูกถามถึงโอกาสการยุบสภาที่ไม่มีคำตอบ แต่มีรอยยิ้มที่มุมปากอย่างมีนัยแอบแฝง ก็ชวนให้คิดกันได้ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เมื่อต่างฝ่ายต่างช่วงชิงความได้เปรียบ คนที่ตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบแต่มีอำนาจ อาจจะแก้เผ็ดชนิดที่ไม่ให้ตั้งตัวกันได้ทัน

อย่างไรก็ตาม ประสานักเลือกตั้งที่เป็นพวกนกรู้ย่อมดูทิศทางลม อาจดูความเคลื่อนไหวกันได้ จึงได้เห็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งของทุกพรรคการเมือง ที่มีการลงพื้นที่หาเสียงและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครกันอย่างคึกคัก และยิ่งไปประเมินจากตัวเลขของการเข้าประชุมกับผู้ที่แสดงตัวเป็นองค์ประชุมเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าทุกย่างก้าว ทุกท่วงทำนองของแต่ละพรรคล้วนแต่เป็นไปในทิศทางที่ทอดไมตรี เปิดทางเพื่อการจับมือกันได้หลังเลือกตั้งครั้งหน้า ประเภทที่ว่าจะสนับสนุนคนนี้คนเดียวเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเลือกตั้งครั้งก่อนจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป

Back to top button