บอร์ด EV กับศึกรถยนต์ญี่ปุ่น VS จีน

การประชุมบอร์ดอีวี เพื่อพิจารณา “มาตรการสนับสนุนแบตเตอรี่” ที่ใช้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า มีการเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้ง.!


การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เพื่อพิจารณา “มาตรการสนับสนุนแบตเตอรี่” ที่ใช้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า มีการเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้ง.!..ครั้งแรกวันที่ 23 พ.ย. 65 ด้วยเหตุที่ว่าปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมขอ “ลาประชุม”!!.

มาครั้งที่สองวันที่ 23 ม.ค. 66 มีอันต้องเลื่อนอีกรอบ ด้วยเหตุที่ว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม” ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกรมสรรพสามิต (กระทรวงการคลัง) จึงต้องกลับไปทบทวนให้เข้าใจตรงกันก่อน..แล้วค่อยนัดวันประชุมกันใหม่

เป็นที่เข้าใจตรงกันว่า “เลื่อนประชุมบอร์ดอีวี” แบบไร้กำหนด..!!

สาระสำคัญของมาตรการดังกล่าวคือ “การอุดหนุนระดับเซลล์หรือการอุดหนุนตั้งแต่กระบวนการผลิต เริ่มจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจนถึงการผลิตสำเร็จ, การอุดหนุนระดับ Module โดยแบตเตอรี่รถยนต์ จะมีหลาย Module สามารถเปลี่ยนเฉพาะ Module ที่เสื่อมสภาพได้ และการอุดหนุนราคาระดับ Pack หรือแบตเตอรี่ทั้งลูกที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า”

เรื่องมันชักสนุกตรงที่ว่า “คณะรัฐมนตรีประยุทธ์” มันเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของชีวิตใกล้วัน “ยุบสภา” เข้ามาเต็มแก่แล้ว นั่นหมายถึง “บอร์ดอีวี” จะได้ประชุมอีกหรือไม่ (ในรัฐบาลชุดนี้)..!?

ปัญหามันอยู่ที่ว่า “มาตรการสนับสนุนแบตเตอรี่” มันเกี่ยวข้องกับ 3 กระทรวง นั่นคือกระทรวงการคลัง โดยรมว.อาคม เติมพิทยาไพสิฐ..ตามด้วยกระทรวงพลังงาน โดยรมว.สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ และกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรมว.สุริยะ จึงรุ่ง เรืองกิจ จนเป็นที่น่าสงสัยว่านี่คือ “ศึกสามเส้า” ใช่หรือไม่..!?

หากดูตามข้อเท็จจริง กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน ดูเหมือนจะมีแนวทางเดียวกัน..นั่นคือเห็นด้วยกับมาตรการสนับสนุนแบตเตอรี่ ดูได้จากคณะอนุกรรมการฯ ที่มีกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานฯ ก็ได้เห็นดีเห็นงามกับมาตรการดังกล่าวไปแล้ว

ข้อสงสัยมันจึงตกอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมว่า ทำไมจึงไม่เห็นด้วยหรือมีข้อเท็จจริงอื่นใด ที่ทำให้มันคุยกันไม่รู้เรื่องซะที..ทั้งที่เรื่องนี้ใช้เวลาพิจารณาและชำแหละรายละเอียดข้ามเดือนข้ามปีกันมาแล้ว..!?

จึงน่าขบคิดกันต่อว่าหรือเรื่องนี้เป็นศึกระหว่างผู้ประกอบการรถยนต์อีวีจากแดนมังกรกับรถยนต์สันดาปเดิม จากแดนปลาดิบหรือไม่..!?

เพราะอย่าลืมว่าการมาของรถยนต์อีวี..มันคือการดิสรัปชั่นรถยนต์สันดาปไปในคราวเดียวกัน..!!?

ฉะนั้น “มาตรการสนับสนุนแบตเตอรี่” จึงเป็นการตอกย้ำแนวคิดดังกล่าวชัดเจนมากขึ้นไปอีก

ทำให้ผู้ประกอบรถยนต์สันดาปเดิม (ค่ายญี่ปุ่น) ไม่น่าจะยอมให้เกิดขึ้นโดยง่ายหรืออย่างน้อยก็ขอยื้อให้ถึงที่สุดเท่าที่จะกระทำได้

นี่จึงเป็นผลหรือไม่ว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม” จึงจำเป็นต้องประคับประคองค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาได้ช่วยสร้างให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ส่งออกไปทั่วโลกตลอดจนธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง..พลอยได้ประโยชน์ตามไปด้วย

หากเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ ละก้อ…การนัดหมาย “ประชุมบอร์ดอีวี” ครั้งใหม่..ดูท่าจะเลือนลางและอาจไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ก็เป็นไปได้

เว้นซะแต่ว่า..ช่วงนี้จะมีกำลังภายในหรือพลังลมปราณการเมืองเข้ามา..อันนี้ไม่รู้..ไม่รู้..!???

Back to top button