พาราสาวะถี

เพราะความต่างกันระหว่างรัฐบาลอำนาจเต็มกับรัฐบาลรักษาการนั้นมีมาก จึงทำให้ผู้นำเผด็จการเลือกที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนถึงการประชุมครม.นัดสุดท้าย


เพราะความต่างกันระหว่างรัฐบาลอำนาจเต็มกับรัฐบาลรักษาการนั้นมีมาก จึงทำให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเลือกที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนถึงการประชุม ครม.นัดสุดท้าย อังคารที่ 21 มีนาคม จากนั้นจึงจะยุบสภา ซึ่งถูกคาดหมายว่าน่าจะเป็น 22 มีนาคม หนึ่งวันก่อนที่จะครบวาระของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องถามถึงความเหมาะสม เหตุผลที่ต้องยุบเพียงเพื่อให้ ส.ส.หรือนักเลือกตั้งที่ต้องการจะย้ายคอกสมัครเป็นสมาชิกพรรคทันกรอบเวลาตามกฎหมายกำหนดก็เท่านั้น

ไม่บอกก็รู้ว่าพรรคที่มีความจำเป็นต้องอาศัยเงื่อนไขของการยุบสภาเพื่อหวังผลในการกวาดต้อน ดูดตัว ส.ส.และนักการเมืองตัวเต็งคือรวมไทยสร้างชาติของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจนั่นเอง เพราะพรรคอื่นเตรียมตัวมานาน จนเรียกได้ว่าตัวเลือกที่มีอยู่ต้องเบียดแทรกแย่งชิงกันอุตลุด ถึงขนาดที่บางรายถอดใจย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก็มีจำนวนไม่น้อย แต่พรรคของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเนื่องจากมีโจทย์ต้องคัดคนแบบเน้น ๆ ที่ประกาศชื่อ ส่งลงสมัครต้องได้เก้าอี้ ส.ส.รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง

ดังนั้น หากจะใช้บรรดาเครือข่ายคนดีอุปโลกน์ พวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่งที่เชียร์ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจแบบไม่ลืมหูลืมตา ใช้คนไม่ประสีประสาทางการเมืองลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งที่ต้องแข่งขันสูง มองไม่เห็นโอกาสที่จะได้ ส.ส.ตามเป้า เมื่อโจทย์คือต้องให้ได้จำนวนที่ต้องการเพื่อการันตีสิทธิในการเสนอชื่อผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคให้ที่ประชุมรัฐสภาเลือก จึงต้องจิ้มตัวเลือกที่คิดว่าใช่และพร้อมทุ่มเต็มที่ในการดึงตัวจนถึงวินาทีสุดท้าย

ปัญหากระบวนการจัดการภายในของพรรคที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสังกัดถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ทีมกุนซือของท่านผู้นำกุมขมับ แม้แต่ ธนกร วังบุญคงชนะ ที่ได้รับการประเคนเก้าอี้รัฐมนตรีให้เพื่อใช้ในการทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟันในพื้นที่ภาคใต้ ก็ยอมรับความจริงที่ว่า กระแสหรือความนิยมส่วนตัวของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจถือว่าเป็นที่น่าพอใจ สวนทางกับการรับรู้และไว้วางใจที่จะเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพลแทบจะทุกสำนักชี้ไปในทิศทางเดียวกันเข้าป้ายมาในลำดับที่ 3 ลงไป

นั่นหมายความว่า คนรู้จักประยุทธ์แต่ไม่รู้จักหรือรู้แต่จะไม่เลือกพรรคที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสังกัด งานยากของรวมไทยสร้างชาติก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก็คือ ต้องโน้มน้าวให้ท่านผู้นำยอมรับข้อเสนอหรือมติของพรรคที่จะชงให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคให้ได้ มิเช่นนั้น จะกลายเป็นว่า กระโดดเข้ามาเล่นการเมืองเหมือนจะเต็มตัว แต่กลัวการเป็นผู้แทนของประชาชน ซึ่งมันไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริง

ประสาคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี และไม่อยากจะสุงสิงหรือเกลือกกลั้วกับนักการเมืองชั่วนักการเมืองเลว ที่ตัวเองกล่าวหาตั้งแต่ทำการรัฐประหาร การออกหน้าช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยแลกกับการได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงหนึ่งเดียวของพรรคก็ถือว่าทุ่มให้สุดตัวแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงทำให้งานยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคต้องคิดกันหลายตลบ เพราะการไม่ยอมลงสมัคร ส.ส.ก็เท่ากับการทำตัวเหินห่างกับประชาชน มันจะกลายมาเป็นจุดอ่อนให้ถูกโจมตีได้ง่าย และมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจไม่เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ผิดกับพี่ใหญ่แก๊ง 3 ป.ที่ลุยการเมืองแบบเต็มตัวและเต็มที่ นาทีนี้ถือธงนำว่าด้วยการก้าวข้ามความขัดแย้ง การยกเอากลุ่มอีลิทมาเป็นตุ๊กตาหรือโซ่ข้อกลางที่จะเข้าไปช่วยเชื่อมต่อความไม่ลงรอยกันระหว่างอำนาจนิยมหรืออนุรักษ์นิยมสุดโต่งกับฝ่ายประชาธิปไตยเสรีนิยม ภายใต้การมองเห็นความเป็นจริงทางการเมืองหลังเลือกตั้งครั้งหน้าว่า อย่างไรเสีย พรรคของพวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่งก็ไม่มีทางที่จะชนะเลือกตั้ง และได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

ยิ่งเห็นรอยปริแยก แย่งกันเคลมผลงาน ปากก็บอกว่าเป็นการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล แต่บางพรรคก็อ้างว่าเป็นผู้สนับสนุนผลักดันจนให้โครงการที่คิดว่าจะเรียกคะแนนเสียงจากผู้ที่ได้ผลประโยชน์ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. ขณะที่อีกพรรคก็บอกว่าพรรคของตัวเองเป็นต้นคิดโครงการนี้ มันจึงทำให้พี่ใหญ่ต้องมองไปถึงการจับมือกันของขั้วการเมืองใหม่ โดยมีเงื่อนไขที่จะต้องดึงเอากลุ่มอีลิทเข้ามามีบทบาทร่วมบริหารประเทศด้วย เพื่อไม่ให้การตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเกิดการสะดุด

การพูดคุยผ่านมือประสานงานทั้งที่เปิดเผยตัวและเป็นตัวละครลับของพรรคสืบทอดอำนาจนั้น ไม่ได้พูดเพียงแค่การจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เท่านั้น หากยังมีการเดินสายพบปะ แลกเปลี่ยนกับบรรดาบุคคลที่อยู่ในซีกของกลุ่มผู้มีอิทธิพลกำหนดความเป็นไปของประเทศ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือและร่วมกันการันตีว่า หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วจะไม่มีความพยายามล็อบบี้เพื่อให้เกิดการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนไปหนุนคนอยากอยู่ยาว

การเดินเกมเช่นนี้มันส่งผลไปถึงการวางตัวและกำหนดท่าทีของ ส.ว.ลากตั้งด้วย แม้จะมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเมื่อถึงเวลาที่จะต้องโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.จำนวนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นเสียงข้างมากในเวลานั้น จะไม่ฝืนกระแสของประชาชน การเปิดวงเจรจากับกลุ่มอีลิทล่วงหน้า จึงเหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปในตัวว่าถึงเวลาที่จะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงกันแล้ว เพราะบรรดาผู้มีอิทธิพลกำหนดความเป็นไปของประเทศเอง ก็รู้สึกระอากันเต็มทนกับการทนและปล่อยให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจบริหารมากว่า 8 ปีแล้วแต่ไม่ได้เกิดมรรคผลใด ๆ ในภาพรวม มีคนแค่หยิบมือที่ได้รับประโยชน์และเอื้อประโยชน์กันอย่างเต็มที่

จากนี้จะได้เห็นการลงพื้นที่ตรวจราชการพ่วงด้วยการใช้เวลานอกราชการไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคที่ตัวเองสังกัดในจังหวัดต่าง ๆ จะเน้นไปยังพื้นที่เป้าหมายเป็นด้านหลัก ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ พี่ใหญ่แก๊ง 3 ป. หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่จะได้ใช้กลไกของอำนาจที่มีในโค้งสุดท้ายวางกลไกหวังผลไปถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อยู่ที่ว่าใครจะเนียนกว่ากัน หรือใครจะสะดุดขาตัวเองหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายค้านแม้ทางทฤษฎีจะเป็นรองในแง่ของอำนาจรัฐ แต่ถ้าวัดตามกระแสดูจากหน้าเสื่อแล้วถือว่าหาเสียงง่าย ถ้าไม่ถูกเล่นงานด้วยกลเกมสามานย์ยังไงก็มีโอกาสชนะมากกว่าเป็นผู้แพ้

Back to top button