สาวไส้ JKN

ดูเหมือนมหากาฬลูกหนี้แสนกลอย่าง JKN กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะวงเสวนาต่าง ๆ ล้วนเม้าท์ถึงพฤติกรรมที่สุดแสนเยือกเย็นเกินจะบรรยาย


ดูเหมือนมหากาฬลูกหนี้แสนกลอย่าง JKN กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะวงเสวนาต่าง ๆ ล้วนเม้าท์ถึงพฤติกรรมที่สุดแสนเยือกเย็นเกินจะบรรยาย เพราะคุณเธอเล่นพูดความจริงครึ่งเดียว จนทำให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องเข้าใจไปเองว่า ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติเหมือนที่ได้ลั่นวาจาไว้ แต่สุดท้ายปราสาททรายที่ก่อไว้ก็ต้องพังทลาย เมื่อถูกกระแสพายุหนี้โหมกระหน่ำแบบไม่ยั้งเจ้าค่ะ

ถามว่าเรื่องนี้มีต้นสายปลายเหตุจากอะไรกันแน่? “โมนิก้า” ขอพูดตามตรงว่า เกิดจากนิสัยโอว่อร์เป็นประเด็นสำคัญ เพราะจะทำอะไรแต่ละครั้งก็ต้องยิ่งใหญ่อลังการ จนหลงลืมหลังบ้านมีฐานทุนแน่นพอที่จะซัพพอร์ตโครงการต่าง ๆ ขนาดไหน? แถมที่ผ่านมาผู้คนก็ตั้งคำถามเกี่ยวการลงทุนมันคุ้มค่าไหม? แต่คุณเธอก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวแบบมั่นหน้าสุด ๆ มันคือการพลิกโฉมธุรกิจครั้งสำคัญนะจ๊ะ

งานนี้เลยเกิดคำถามว่า ภารกิจจักรวาล “เวทีมิสยูนิเวิร์ส” มาเป็นอันดับ 1 ของชีวิต ซึ่งคุณเธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับสื่อก่อนหน้านี้ มันเป็นตัวการที่ทำให้บริษัทประสบภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และนำไปสู่การผิดชำระหนี้หรือเปล่า? เพราะเมื่อย้อนดูไทม์ไลน์ของเรื่องดังกล่าวจะเห็นว่า วันที่ 26 ต.ค. 65 เป็นวันที่ประกาศทุ่มเงิน 800 ล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าของ “Miss Universe Organization” ราคาหุ้นก็ดีดรับอย่างร้อนแรง จากราคาที่นิ่ง ๆ แถว 3.80 บาท ขึ้นไปทำไฮที่ระดับ 4.54 บาท และถัดมาอีกวันก็ขึ้นไปทำไฮที่บริเวณ 5.70 บาทนะออเจ้า

น่าเสียดายที่ความชื่นมื่นดังกล่าวก็อยู่แค่แป๊บเดียว เพราะผู้คนเกิดความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าวคุ้มค่าแค่ไหน? ขณะที่ราคาหุ้นในกระดานก็ร่วงลงมาเรื่อย ๆ แถมมีการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพกันมาเรื่อย ๆ เช่นกัน จึงเป็นแรงกดดันที่ทำให้แวลูของหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถานการณ์ดังกล่าวกลับแย่ลงไปอีกเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 65 มีมติขายหุ้นกู้แปลงสภาพชุด 2 วงเงิน 1,000 ล้านบาทไงล่ะคะ

เพียงแต่ครั้งนี้จัดให้ AO Fund รวมเป็นจํานวน 60 ล้านบาท (คงเหลือที่ไม่ขายอีก 940 ล้านบาท) แต่หลังจากนั้นในวันที่ 4 ม.ค. 66 ก็มีการใช้สิทธิแปลงก่อนครบกําหนด 5 ล้านบาท ในราคาแปลงสภาพ 3.591 บาทต่อหุ้น ต่อจากนั้นสภาพของหุ้นก็ลดลงเรื่อย ๆ เพราะม้าแก่ชำนาญทางมองว่า นี่คือมันนี่เกมที่ทำให้สภาพของหุ้นหมดราคาลงเรื่อย ๆ  และที่เลวร้ายไปกว่าเดิมก็คือ วันที่ 5 ม.ค. 66 ดันมีการประกาศเพิ่มทุนพันล้านหุ้นในราคาหุ้น 3 บาทแบบนี้..ยับเยินซิแม่!

เมื่อแนวทางดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ถือหุ้น จึงต้องดิ้นรนหาเงินด้วยวิธีอื่น ๆ และทั้งหมดก็เป็นผลมาจากการลงทุนเกินตัว และมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าโอเว่อร์จากความเป็นจริงไปมาก และในวันที่ 31 ส.ค. 66 ทางบริษัทได้ออกหนังสือมาว่า หนี้หุ้นกู้ที่มีอยู่จำนวน  609 ล้านบาท บริษัทมีปัญญาใช้คืนได้แค่จำนวน 159 ล้านบาท และขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ช่วยยืดหนี้ออกไปก่อน และจะทยอยชำระคืนให้ในภายหลัง พร้อมกับเพิ่มดอกเบี้ยให้อีกนิดหน่อยเจ้าค่ะ

เรื่องทำท่าจะจบลงตรงนั้น แต่ก็เกิดฟ้าผ่าลงที่บรรดาเจ้าหนี้อีกครั้ง เพราะในวันที่ 8 พ.ย. ทาง JKN ชิงยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และในวันที่ 9 พ.ย. 66 ศาลล้มละลายกลางมีมติรับคําร้อง และจะมีการไต่สวนคําร้องวันที่ 29 ม.ค. 67 ซึ่งทำให้เจ้าหนี้ถึงกับมีอาการเข่าทรุดกันเป็นแถว เพราะเพิ่งจะมีการเจรจากันไม่ทันไร แต่ทำไมถึงมาหักกันดื้อ ๆ ล่ะเจ๊!

สถานการณ์ตรงนี้ทำให้ทุกคนหันมาแกะงบของหุ้น JKN แบบสุดลิ่มทิ่มประตู จนสุดท้ายพบว่า บริษัทมีหนี้ที่ก่อไว้กับสถาบันการเงินเกือบ 700 ล้าน และมีหนี้หุ้นกู้สูงเกินระดับ 3 พันล้าน รวมทั้งยังมีส่วนของหนี้หุ้นกู้แปลงสภาพอีกเป็นจำนวนพันล้านแบบนี้ มันทำให้คนในแวดวงอ่านเกมขาดทันทีว่า เจ๊แอนกำลังจะมาไม้ไหน? และเป็นที่มาของการร้องขอให้ ตลท. และ ก.ล.ต. ช่วยออกมาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินมีการรั่วไหลไปตรงไหนบ้างไงล่ะคะ

เหล่านี้เป็นภาพกว้าง ๆ ที่ “โมนิก้า” อยากทำความเข้าใจกับนักลงทุนเป็นอันดับแรก วันถัดไปค่อยมาเล่าเรื่องลึกลับที่ผู้คนเขาซุบซิบกันให้แซ่ด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคนทำแผนฟื้นฟู บรรดากรรมการที่ลาออกไป และถูกแต่งตั้งเข้ามาใหม่ หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ของเจ้าหนี้ในวันนั้นเป็นอย่างไร? เนื่องจากวันนี้น้องโมอยากดูท่าทีของฝั่ง JKN จะออกมาตอบสังคมอย่างไรมากกว่า..รู้ไหมจ๊ะ..เจ๊แอน!

Back to top button