SAK ม้าดีนอกสายตา.!?

ในรอบปี 2566 ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มลีสซิ่งถูกเขย่าขวัญด้วยหลายปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงต่อเนื่อง ทำให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ทำได้ยากขึ้น


ในรอบปี 2566 ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มลีสซิ่งถูกเขย่าขวัญด้วยหลายปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงต่อเนื่อง ทำให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ทำได้ยากขึ้น เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าทำให้กำลังซื้อซบเซา ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น มิหนำซ้ำยังโดนภาครัฐคุมดอกเบี้ยให้ต่ำ ซึ่งจะไปกดมาร์จิ้นให้ต่ำลงด้วย…จึงไม่แคล้วถูกตีตราว่าผลประกอบการจะออกมาไม่ดี..??

เลยทำให้นักลงทุนพร้อมใจกันเมินหุ้นกลุ่มนี้ สะท้อนได้จาก P/E ของหุ้นลีสซิ่งหลาย ๆ ตัวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดซึ่งอยู่ที่ 17.66 เท่า

แต่ล่าสุด “ลีสซิ่งภูธร” ที่มีฐานที่มั่นอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์ อย่างบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ซึ่งเป็นเจ้าแรก ๆ ของกลุ่มที่แจ้งงบปี 2566 กลับทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดแฮะ…ฟาดกำไรสุทธิไป 749.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 710.2 ล้านบาท

ถ้าไปดูขาของรายได้ ยังเติบโตดีทุกกลุ่ม ไล่มาตั้งแต่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.7% อยู่ที่ 2,673.2 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและการบริการเพิ่มขึ้น 169.5% อยู่ที่ 25.4 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 141.2% อยู่ที่ 25.6 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 153.8% อยู่ที่ 15.6 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 2566 มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,739.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3%

หลัก ๆ มาจากการขยายธุรกิจได้ตามเป้าหมาย โดยในปี 2566 มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น 100 สาขา ส่งผลให้มีจำนวนฐานลูกค้าและลูกหนี้เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น

ด้านค่าใช้จ่าย แม้จะเพิ่มขึ้น 24.5% มาอยู่ที่ 1,803.4 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ทำให้มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารอยู่ที่ 1,318.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% และมีผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตเพิ่มขึ้น 14.8% เป็นผลมาจากพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้น 1,494.1 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 ด้านต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 82.9% จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่จริง ไม่ใช่แค่ผลงานในปี 2566 เท่านั้นนะที่เติบโต ถ้าย้อนไปดูในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รายได้และกำไรของ SAK ก็เติบโตต่อเนื่อง…โดยปี 2562 มีรายได้รวม 1,604.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 345.9 ล้านบาท พอปี 2563 มีรายได้รวม 1,613.7 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 561.9 ล้านบาท ปี 2564 มีรายได้รวม 1,847.5 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 607.4 ล้านบาท ส่วนปี 2565 มีรายได้รวม 2,336 ล้านบาท กำไรสุทธิ 712.1 ล้านบาท

แถมเป็นบริษัทที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง สะท้อนได้จากอัตรากำไรสุทธิที่ไม่ต่ำกว่า 20% โดยปี 2562 มีอัตรากำไรสุทธิ 21.56% ปี 2563 มีอัตรากำไรสุทธิ 34.82% ปี 2564 มีอัตรากำไรสุทธิ 32.88% ปี 2565 มีอัตรากำไรสุทธิ 30.40% และปี 2566 มีอัตรากำไรสุทธิ 27.35%

ที่น่าสนใจอีกอย่าง ถ้าย้อนไปดูประวัติการจ่ายเงินปันผลของ SAK ตั้งแต่เข้าตลาดฯ มา (8 ธ.ค. 2563) ซึ่งจะจ่ายปีละครั้ง พบว่าจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปีนะ…งวดปี 2563 จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.1080 บาท มางวดปี 2564 จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.1160 บาท ส่วนปี 2565 จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.1370 บาท

ขณะที่ งวดล่าสุดปี 2566 เคาะจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.15 บาท หรือคิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ 3.20% (คำนวณ ณ ราคาปิดวันที่ 15 ก.พ.) โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 เม.ย.นี้ ก็ไม่ขี้เหร่นะออเจ้า

ด้านราคาหุ้น แม้วานนี้ (15 ก.พ.) จะวิ่งปรู๊ดปร๊าดรับกับงบที่สวยเกินคาด โดยปรับเพิ่มขึ้นมา 8.33% ปิดตลาดที่ 4.68 บาท แต่ P/E หุ้น SAK ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ 12.06 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 17.66 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายยังต่ำกว่าตลาด

เอ๊ะ…นี่มันม้าดีนอกสายตาชัด ๆ..!!

น่าเสียดาย ที่ผ่านมาไม่มีใครมองเห็น…ว่าแต่ตอนนี้เริ่มเห็นกันหรือยังน้อ..??

…อิ อิ อิ..

Back to top button