MILL ขาดทุนน่าสะพรึง.!

หุ้นเหล็กบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เป็น 1 ใน 6 หุ้นที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ จับแขวนเครื่องหมาย SP


หุ้นเหล็กบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เป็น 1 ใน 6 หุ้นที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ จับแขวนเครื่องหมาย SP มาตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 เนื่องจากไม่สามารถส่งงบการเงินปี 2566 ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา MILL ได้ฤกษ์แจ้งงบงวดปี 2566 แล้ว…

แหม๊…อุตส่าห์ดีใจว่าตลาดฯ จะปลดเครื่องหมาย SP และจะได้เห็นหุ้น MILL กลับมาซื้อขายอีกครั้ง…แต่กลายเป็นดีใจเก้อซะงั้น เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2566 เลยเป็นเหตุให้ถูกแขวนเครื่องหมาย SP และพ่วงด้วยเครื่องหมาย NP อีกหนึ่งวัน..ก็ว่ากันไป

ที่น่าสนใจ ถ้าลองไปส่องงบปี 2566 ของ MILL จะเห็นว่ามีตัวเลขขาดทุนหนักหน่วง โดยพลิกมาขาดทุนสูงถึง 940.88 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 158.38 ล้านบาท

ทั้ง ๆ ที่รายได้ก็เพิ่มขึ้นนะ โดยบริษัทมียอดขายจากผลิตภัณฑ์เหล็กรวม 966,857 ตัน เพิ่มขึ้น 119,436 ตัน หรือคิดเป็น 14.09% จากปีก่อน ส่งผลให้มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 18,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและบริการ 17,937 ล้านบาท

อ้าว…แล้ว MILL ไปโดนอิหยังล่ะเนี่ย..!?

อ้อ..ที่แท้ขาของต้นทุนเพิ่มขึ้นนี่เอง โดยเฉพาะต้นทุนขายและบริการ เพิ่มขึ้น 6.86% มาอยู่ที่ 18,696 ล้านบาท เลยไปกดดันกำไรขั้นต้นเหลือแค่ 276 ล้านบาท ลดลง 37.32% เทียบกับเมื่อปี 2565 ที่มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 441 ล้านบาท

ด้านต้นทุนทางการเงิน เพิ่มขึ้น 28% อยู่ที่ 676 ล้านบาท หลัก ๆ มาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565

เท่านั้นไม่พอ ยังมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวก้อนใหญ่จำนวน 692 ล้านบาท ซ้ำเติมอีก แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการหยุดผลิต 152 ล้านบาท ค่าเผื่อขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 193 ล้านบาท การด้อยค่าทรัพย์สิน 311 ล้านบาท และอื่น ๆ อีก 36 ล้านบาท

ส่งผลให้ EBITDA จากเมื่อปีก่อนเป็นบวกอยู่ที่ 909 ล้านบาท ก็พลิกมาติดลบ 74 ล้านบาท ในขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 261 ล้านบาท และ EBITDA จากการดำเนินงานอยู่ที่ 618 ล้านบาท

โอเค…แม้หักค่าใช้จ่ายพิเศษ 692 ล้านบาท ออกไป งบปี 2566 ของ MILL ก็ยังมีตัวเลขติดลบอยู่ดี แต่คงไม่หนักหน่วงขนาดนั้นหรอกมั้ง…งั้นถ้าจะบอกว่า MILL เจออุบัติเหตุกำไร…ก็คงไม่ผิดกระไร

แต่ที่น่าเป็นห่วง ถ้าสืบสาวเชิงลึกถึงปมเหตุที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2566 จะพบว่า เกิดจากบริษัทผิดเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ในการดำรงสัดส่วนทางการเงินตามสัญญาเงินยืมระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ช่วงระหว่างปี 2566 บริษัทถูกอายัดบัญชีเงินฝากอีกกว่า 30 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทผิดนัดชำระเงินกู้กับธนาคารแห่งหนึ่งรวมกันอีกเกือบ 200 ล้านบาท

ส่งผลให้ MILL มีภาระต้องชำระเงินกู้กับธนาคาร ณ สิ้นปี 2566 ทั้งระยะสั้นและระยะยาวปาไปกว่า 17,089 ล้านบาท

ครั้นไปดูสถานะทางการเงินของ MILL ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย มีเงินสดติดกระเป๋าแค่ 435.97 ล้านบาท โดยมีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรอยู่ที่ 394.31 ล้านบาท

ประเมินจากสถานการณ์ดังกล่าว มันน่าหนักใจแทนจริง ๆ..!!

สงสัยถึงเวลาต้องท่องคาถา “โกยเถอะโยม” แล้วละมั้ง..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button