
MONO ปั้นคอนเทนต์.!
ภาพจำช่อง MONO29 ของ MONO เป็นช่องที่เน้นซื้อลิขสิทธิ์หนังและซีรีส์ต่างประเทศมาฉายวนไป ขณะที่รายการข่าวยังไม่โดดเด่น ฟากเกมโชว์แทบไม่มีเลย...
ภาพจำช่อง MONO29 ของบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ของ “เสี่ยพิชญ์ โพธารามิก” (ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 50%) เป็นช่องที่เน้นซื้อลิขสิทธิ์หนังและซีรีส์ต่างประเทศมาฉายวนไป ขณะที่รายการข่าวยังไม่โดดเด่น ฟากเกมโชว์แทบไม่มีเลย…
MONO คงรู้ดีว่าการพึ่งพาคอนเทนต์หนังและซีรีส์ต่างประเทศมากเกินไป ไม่ใช่หนทางในการสร้างการเติบโต…พิสูจน์ทราบได้จากงบการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มักติดลบมากกว่าเป็นบวก…หากปีไหนเห็นกำไรก็แค่หยิบมือ (หลักสิบล้านบาท) แต่พอปีไหนขาดทุนกลับขาดทุนยับปาไปหลายร้อยล้านบาทซะงั้น…
ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรสูงกว่า 3,642.32 ล้านบาท
ที่ผ่านมา MONO จึงพยายามจูนสัญญาณทีวีดิจิทัลใหม่ ด้วยการหันมามุ่งเน้นคอนเทนต์ด้าน Sport and Lifestyle และข่าวสาร เพื่อลดการพึ่งพาคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์จากสตูดิโอคอนเทนต์ชั้นนำต่างประเทศ โดยก้าวแรกและก้าวที่ยิ่งใหญ่ เห็นจะเป็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ เป็นเวลา 6 ฤดูกาล (2025/26-2030/31) ผ่านช่อง MONO29 รวมทั้งการสตรีมมิ่งผ่านกล่อง MONOMAX
ก็จะเป็นรายได้ประจำ หรือ Recurring Income นาน 6 ปี โดยมีการประเมินกันว่าจะสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
นี่ยังไม่รวมการสตรีมมิ่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศเวียดนาม รวม 5 ฤดูกาลครึ่งด้วยนะ
แต่ไม่จบแค่นั้น เพราะก้าวใหม่ของ MONO คือการขยับขึ้นเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เต็มตัว รวมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการตลาดและการใช้สิทธิในเชิงพาณิชย์ ผ่านการจัดตั้งกิจการร่วมค้า เมเจอร์ จอยน์ ฟิล์ม และโมโน สตรีมมิ่ง โดยมีบริษัทย่อยที่ชื่อบริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด (MSM) ถือหุ้นสัดส่วน 70% และมีบริษัท เมเจอร์ จอยน์ ฟิล์ม จำกัด ในเครือบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ถือหุ้น 30%
กิจการร่วมค้าดังกล่าว มีมูลค่ากิจการ 93 ล้านบาท โดย “โมโน สตรีมมิ่ง” ใส่เงินลงทุนราว 65.10 ล้านบาท
ขณะที่ล่าสุด มีการจัดตั้งกิจการร่วมค้าแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ “กิจการร่วมค้าภาพยนตร์ครุฑา นาคี” เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ ครุฑา นาคี โดยมีพันธมิตรร่วมถือหุ้น แบ่งเป็น “โมโน สตรีมมิ่ง” ถือหุ้น 75% บริษัท บีฮีมอธ แคปปิตอล จำกัด ถือหุ้น 15% และ “เมเจอร์ จอยน์ ฟิล์ม” ถือหุ้น 10%
ด้วยมูลค่าการลงทุนของกิจการร่วมค้าที่สูงถึง 107 ล้านบาท โดยในส่วนของ “โมโน สตรีมมิ่ง” มีมูลค่าการลงทุน 80.25 ล้านบาท บ่งบอกว่า “ครุฑา นาคี” ต้องเป็นหนังฟอร์มยักษ์ของกลุ่มนี้แหง ๆ
ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ…ในมุมของ MONO มีชาแนล (ช่อง MONO29 และ MONOMAX) อยู่แล้ว มีความได้เปรียบเนื่องจากมี OTP (Over the top) อยู่ในมือ ซึ่งการขยับมาผลิตคอนเทนต์และจัดจำหน่ายเอง อันดับแรกเป็นการขยายธุรกิจ สร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
ขณะเดียวกัน เป็นการเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์ในกล่อง MONOMAX ก็จะทำให้ขายแพ็กเกจได้มากขึ้น แล้วถ้าคอนเทนต์เรื่องไหนปัง มีโอกาสที่จะดึงให้คนมาใช้บริการมากขึ้น
ไม่นับรวมโอกาสในการสอดเทรกโฆษณาแฝงเข้าไปในคอนเทนต์ที่ผลิตในแต่ละเรื่อง (การซื้อลิขสิทธิ์มาทำไม่ได้) ก็จะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาอีกขา…
ฟาก MAJOR ในฐานะเจ้าพ่อโรงภาพยนตร์ และมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตภาพยนตร์อยู่แล้ว จะมีข้อมูลเชิงลึกที่จะปลุกปั้นคอนเทนต์ให้ปังและโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก
โดยมี “บีฮีมอธ แคปปิตอล” ทำหน้าที่ดูแลการวางกลยุทธ์การตลาดและสื่อประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ผ่านทางสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการทำตลาดสินค้าพรีเมียมหรือเมอร์แชนไดส์ และมีบริษัทในเครือ “นอร์ธสตาร์ สตูดิโอ” ที่ทำงานด้าน CGI, ANIMATION และสร้างภาพยนตร์ ช่วยเรื่อง CG (Computer Graphic)
เรียกว่าเป็นการเอาความเก่งกาจของแต่ละบริษัทมาปิดจุดอ่อน…เสริมจุดโตของกันและกัน…
กลับมาที่ MONO ดู ๆ ไปเหมือนกำลังจะสร้างปรากฏการณ์ย่ำเท้าตามรอย Netflix ป๊ะเนี่ย..!!
แหม๊…นี่ถ้าคอนเทนต์หลาย ๆ เรื่องปังขึ้นมา สงสัยต่อไป MONO คงกลายเป็น “เน็ตฟลิกซ์ เมืองไทย” แหง ๆ..!?
…อิ อิ อิ…