
BJC กำไรไตรมาส 1 แตะ 1.1 พันล้าน รับรายได้ธุรกิจ “บรรจุภัณฑ์-เวชภัณฑ์” โต
BJC โชว์กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 1,057 ลบ. ชูธุรกิจบรรจุภัณฑ์-เวชภัณฑ์โตเด่น ดันรายได้รวมแตะ 4.19 หมื่นลบ. พร้อมคุมต้นทุนดันมาร์จิ้นพุ่ง 0.42%
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจำนวน 1,057 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างสาขาในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพและการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะการบริโภคที่ยังคงเปราะบาง
สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 41,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 38,191 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Food) ที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี BJC มีรายได้อื่นจำนวน 3,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในต่างประเทศในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 40,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากค่าใช้จ่ายพิเศษในการปรับโครงสร้างสาขาและการเข้าซื้อกิจการ
ทางด้านกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) อยู่ที่ 2,960 ล้านบาท ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ BJC ยังสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 20.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานแบ่งตามกลุ่มธุรกิจ มีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ มีรายได้จากการขาย 6,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง โดยเฉพาะการเริ่มรับรู้ผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศมาเลเซียและเวียดนาม ส่งผลให้มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค มีรายได้จากการขาย 2,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี 411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 162.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ รวมถึงการยุติการดำเนินงานของธุรกิจบางส่วนที่มีอัตรากำไรต่ำ
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค มีรายได้จากการขาย 5,486 ล้านบาท ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี 487 ล้านบาท ลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ มีรายได้รวม 27,521 ล้านบาท ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายสาขาเดิมปรับตัวลดลง 3.3% ส่งผลให้มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีที่ปรับปรุงแล้ว 1,216 ล้านบาท ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพื้นที่เช่ายังมีพัฒนาการที่ดี โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 92.3%
สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 BJC มีสินทรัพย์รวมจำนวน 335,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีหนี้สินรวมจำนวน 206,394 ล้านบาท ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมจำนวน 129,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


