สังคมข่าวหุ้น

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (4 ก.พ.) เงินไหลทะลักเข้าหุ้นใหญ่ GULF-ADVANC ที่ขยับขึ้นนำตลาดพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมครั้งนี้ มาจากฝั่ง ADVANC ที่เปิดเกมแรงกว่าคาด


ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (4 ก.พ.) เงินไหลทะลักเข้าหุ้นใหญ่ GULF-ADVANC ที่ขยับขึ้นนำตลาดพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมครั้งนี้ มาจากฝั่ง ADVANC ที่เปิดเกมแรงกว่าคาด ด้วยการประกาศจ่ายเงินปันผลรวม 27.41 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นปันผลพิเศษ 19 บาท และปันผลปกติ 8.41 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 7.6% สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรง และความมั่นใจต่อกระแสเงินสดในอนาคต หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 ออกมาโดดเด่นจากธุรกิจหลักที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทำให้ตลาด “คิดไกลกว่า AIS” คือแรงส่งที่ไหลต่อไปถึง GULF ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพราะทุกบาทของเงินปันผลจาก ADVANC เท่ากับการเพิ่มส่วนแบ่งกำไรและเงินสดในมือของ GULF โดยอัตโนมัติ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลจากปันผลพิเศษของ ADVANC จะดันเงินสดในมือ GULF เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 9 หมื่นล้านบาท ตัวเลขระดับนี้ ไม่ใช่แค่เสริมสภาพคล่อง แต่เปิดพื้นที่เชิงกลยุทธ์ให้ตลาดเริ่มคาดหวังถึง “ปันผลพิเศษของ GULF” ตามมา ไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนไม่กล้ากะพริบตา คือ การประชุมคณะกรรมการบริษัท GULF วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ รอสัญญาณเชิงบวกเรื่องนโยบายปันผล

ขยับมาที่ฝั่งหุ้นขนาดกลาง PTECH ซึ่งเลือกเดินเกมเชิงโครงสร้างมากกว่าเก็งกำไร ด้วยมติผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิ่มทุนแบบ Rights Offering อัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย 2 บาทต่อหุ้น ระดมเงินราว 367 ล้านบาท เป้าหมายไม่ใช่การขยายแบบหวือหวา แต่เน้นลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และรองรับการเติบโตของธุรกิจหลัก ทั้งการผลิตบัตรเครดิต บัตรพลาสติก งาน Personalization และ EMS ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณคำสั่งซื้อที่ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา

ด้านกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ภาพตลาดยังสะท้อนความระมัดระวังชัดเจน SENA เลือกโชว์วินัยการเงินเป็นอันดับแรก ด้วยการชำระคืนหุ้นกู้ครบกำหนดรวมเกือบ 3 พันล้านบาท สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน ก่อนเดินหน้าออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อบริหารสภาพคล่อง ดอกเบี้ยระดับ 4.90-5.80% พร้อมอันดับเครดิต BBB- Stable สะท้อนการยืนระยะในช่วงที่ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มตัว ขณะที่แผนปี 2569 ยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ เน้นตลาดที่เข้าถึงได้จริง และโครงการที่ได้รับสิทธิ BOI ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างเป็นรูปธรรม

มุมมองเชิงโครงสร้างของตลาดอสังหาฯ ถูกตอกย้ำโดย SPALI ที่ออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ปี 2568 จะเป็นจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การฟื้นตัวในปี 2569 จะไม่เร็วและไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายหวัง ปัจจัยกดดันยังอยู่ครบ ทั้งกำลังซื้อวัยทำงานที่ถดถอย พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่เลือก “เช่าแทนซื้อ” และความต้องการจากต่างชาติที่ชะลอลง บวกกับดักสินเชื่อที่ยังเข้ม โดยเฉพาะตลาดระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ทำให้เกมนี้ไม่ใช่เรื่องของการขยายตัวเร็ว แต่เป็นเรื่องของการ “อยู่รอดด้วยสภาพคล่อง”

ท่ามกลางตลาดที่ขายบ้านยาก BRI เลือกเปลี่ยนเกม ด้วยการพัฒนาโครงการ Brilliant Business Park เจาะกลุ่ม SME และเจ้าของกิจการ ผสานพื้นที่อยู่อาศัยกับโชว์รูม ออฟฟิศ และคลังสินค้าในที่เดียวกัน บน 5 ทำเลยุทธศาสตร์ มูลค่ารวม 1.8 พันล้านบาท ถือเป็นการอ่าน Pain Point ของตลาดได้ตรงจุด และสร้างโมเดลรายได้ใหม่ในช่วงที่อสังหาฯ แบบดั้งเดิมชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ภาพเงินลงทุนทั่วโลกยังสะท้อนความไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจ เมื่อราคาทองคำฟิวเจอร์สดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงช้อนซื้อและการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์สถาบันการเงินระดับโลกยังคงมองบวก โดยคาดว่าทองคำมีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 6,000-6,300 ดอลลาร์ ภายในปี 2569 จากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังเดินหน้ากระจายความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

Back to top button