KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.80-32.50 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-ตะวันออกกลาง

KBANK ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (11-15 พ.ค.) ที่ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะนักลงทุนจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์ การหารือระหว่างทรัมป์-สีจิ้นผิง และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง


ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 จะอยู่ที่ระดับ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) การหารือกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ KBANK ระบุว่า ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนเมษายน รวมถึงผลสำรวจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กประจำเดือนพฤษภาคม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอประเมินตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเมษายนของประเทศจีน ตลอดจนข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1/2569 ของกลุ่มยูโรโซนและประเทศอังกฤษด้วยเช่นกัน

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (30 เม.ย.) โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม กรอบการแข็งค่าเริ่มอยู่ในระดับจำกัดในช่วงปลายสัปดาห์ ตามสัญญาณความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ทางด้านสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2569 พบว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยจำนวน 2,035 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันมียอดเข้าซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยสูงถึง 13,638 ล้านบาท

Back to top button