ดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าไทย มี.ค. 69 เร่งขึ้น ตามดีมานด์ AI-วิกฤตตะวันออกกลางดันต้นทุน

สนค. กระทรวงพาณิชย์ เผยดัชนีส่งออก–นำเข้าไทย เดือนมี.ค. 69 ขยายตัวเร่งขึ้น โดยส่งออกได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI–อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ดัชนีนำเข้าพุ่งสูงสุดในรอบ 42 เดือน จากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับเพิ่ม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 พ.ค.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง จากการที่สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางกระตุ้นให้ต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบปรับเพิ่มสูง ประกอบกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังขยายตัว

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า

ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่า ดัชนีราคาส่งออก เดือนมีนาคม 2569 เท่ากับ 114.4 ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 3.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักยังคงเป็นผลจากหมวดสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก และสินค้าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารบางกลุ่ม ที่ยังคงมีบทบาทสนับสนุนการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า

ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง กลับมาขยายตัวเป็นบวกและสูงสุดในรอบ 41 เดือน ที่ร้อยละ 26.8 โดยเฉพาะน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น จากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.7 ได้แก่ ทองคำ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามความต้องการของประเทศคู่ค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.6  ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป และผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ตามความต้องการของตลาดหลักเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.1 ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และอาหารทะเลกระป๋อง ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น

ส่วนดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 เท่ากับ 126.0 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเร่งขึ้นร้อยละ 10.2 และสูงสุดในรอบ 42 เดือน โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการวัตถุดิบในภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง กลับมาขยายตัวเป็นบวกและสูงสุดในรอบ 38 เดือน ที่ร้อยละ 27.3 จากราคาน้ำมันดิบเป็นสำคัญ โดยมีสาเหตุจากวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้น

หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9 ได้แก่ ทองคำ อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และปุ๋ย ตามความต้องการใช้ในภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและการเกษตร สำหรับด้านการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนยังขยายตัวดี สะท้อนจากหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.1 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ

หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.1 ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 1.8 จากการสูงขึ้นของรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

นายนันทพงษ์ ประเมินแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือนเมษายน 2569 ว่า มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความกังวลด้านความมั่นคงอาหารที่ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปบางกลุ่มยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูงยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก รวมถึงต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบนำเข้า จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้อุปสงค์ของประเทศคู่ค้าชะลอตัว และเร่งให้ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าระวางเรือสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่ค้าที่รุนแรง ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ ภาวะกำลังซื้อภายในประเทศที่อาจถดถอยต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบผลผลิตภาคเกษตร และความผันผวนของค่าเงินบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดัชนีส่งออกไทย ก.พ. 69 โต 2.2% รับอานิสงส์อิเล็ก–สินค้าเกษตรพุ่ง ฟากนำเข้าขยายตัว 4.9%

Back to top button