
พาราสาวะถี
อ่านสัญญาณจากพลังอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม แทบจะฟันธงได้เลยว่า การเลือกตั้งไม่มีโมฆะ รอแค่จังหวะว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อไหร่เท่านั้น
อ่านสัญญาณจากพลังอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม แทบจะฟันธงได้เลยว่า การเลือกตั้งไม่มีโมฆะ รอแค่จังหวะว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อไหร่เท่านั้น ท่ามกลางข้อกังขาสารพัด จำเป็นต้องตั้งหลักแล้วคลี่ทีละประเด็น เคาะทีละเรื่องแล้วค่อยแจงทีเดียว ยอมหูชาหน้าทนให้คนด่ากันไปก่อน เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว โดยเฉพาะปมบัตรเขย่งอันเป็นที่ต้องสงสัยของคนจำนวนมาก ถึงขนาดไม่ประกาศตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างหนาขนาดนี้ก็ไม่ต้องไปฟังเสียงนกเสียงกาอะไรแล้ว
จึงไม่แปลกที่กระบวนการว่าด้วยการประสานงานจัดตั้งรัฐบาล จะมีการเดินหน้าทั้งที่เปิดเผย และหารือกันเป็นการภายใน กรณีพรรคกล้าธรรมหลุดวงโคจรแม้จะมีแนวโน้มสูง แต่ไม่สามารถที่จะตัดพ้นสมการพรรคร่วมรัฐบาลได้ แม้ว่าตัวเลขเสียงรัฐบาลสูตรปัจจุบันจะอยู่ที่ 300 เสียง ยังมีการบ้านให้ อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมเหล่าแกนนำภูมิใจไทยต้องคิดกันหนัก ถ้าไม่ถูกเพื่อไทยขี่คอกดดันก็ไร้ปัญหา เดินหน้ากันด้วยสูตรนี้ได้ทันที
ทั้งหมดจึงอยู่ที่การเจรจาต่อรอง หากยึดการคำนวณเก้าอี้รัฐมนตรีที่ 10 ที่นั่ง สส.ต่อ 1 ตำแหน่งเสนาบดี พรรคสีแดงก็จะได้ขั้นต่ำที่ 7 เก้าอี้ โดยมีข่าวว่า พรรคแกนนำใจป้ำยอมปัดเศษให้เป็น 8 ที่นั่ง แต่จะเป็นสัดส่วน ว่าการ 4 กระทรวงและรัฐมนตรีช่วย 4 กระทรวง เบื้องต้นตามรายงาน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทำท่าว่าจะพอใจกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เพราะมีประสบการณ์ตรง น่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายและสามารถสร้างผลงานให้ปรากฏได้
ส่วนกระทรวงใหญ่อย่างเกษตรและสหกรณ์ ต้องดูว่าจะสามารถยอมรับเงื่อนไขที่ทางฝ่ายพรรคสีน้ำเงินเสนอให้ ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หรือไม่ ภายใต้บริบทที่อนุทินต้องการให้รัฐบาลหนู 2 มีบุคคลอันเป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่ ไม่ประสงค์จะให้มีการจัดสรรตำแหน่งกันโดยคำนึงถึงกลุ่มมุ้งต่าง ๆ ของพรรคร่วมรัฐบาล โจทย์เช่นนี้เพื่อไทยจึงเป็นตัวเลือกที่ภูมิใจไทยไม่สามารถตัดทิ้งได้ ทั้งที่ ก่อนหน้านั้นคนของพรรคจำนวนหนึ่งไม่อยากจะร่วมงานกับพรรคนายใหญ่
ขณะเดียวกัน ภายในพรรคสีแดงแกนนำก็เข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องคัดสรรบุคคลซึ่งมีภาพลักษณ์สร้างจุดขายให้แก่พรรคได้ไปเริ่มทำงานกับพรรคสีน้ำเงินเป็นการเบื้องต้นก่อน หลังจากได้ทำงานร่วมกันไปแล้วค่อยหาหนทางขยับขยายกันภายหลัง เป็นที่รับรู้กันเป็นภายในอยู่แล้ว การได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมดีกว่าการเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่แค่เข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่พรรคต้องการจะสร้างผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางที่จะทำให้ สส.และสมาชิกพรรค สามารถต่อยอดทำมาหากินกันได้คล่องตัวกว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม
มองสถานการณ์มาถึงตรงนี้ ความเป็นไปได้ที่จะมีการลากผลการเลือกตั้งไปให้นานเกือบชน 60 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องประกาศผลนั้น คงไม่เป็นเช่นนั้น แว่วมาว่า หลังจากหยั่งท่าที รอเสียงหนุนจากเหล่าแกนหลักของขบวนการสืบทอดอำนาจแล้ว อย่างช้าไม่น่าจะเกิน 1 เดือนนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง กกต.จะทยอยประกาศรับรองผล จนนำไปสู่เป้าหมายคือได้สมาชิกเข้าสภาหินอ่อนไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภา จนนำไปสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีได้
แน่นอนว่า รูปแบบไม่ต่างจากการที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือก สว.ทั้งที่มีข้อกังขาสารพัด กระทั่งมีคดีฮั้ว สว.แต่ทั้งหมดเพื่อคนของตัวเอง เด็กในคาถาของฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เข้าสู่อำนาจไปแล้ว เรื่องร้องเรียนทุกอย่างก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ช้าหรือเร็วมันขึ้นอยู่กับองค์กรที่จะตรวจสอบ และตัดสิน เมื่อทุกองคาพยพล้วนแต่เกิดขึ้นด้วยกลไกที่ขบวนการสืบทอดอำนาจออกแบบไว้ ถามว่ามันจะสร้างปัญหาให้กับฝ่ายที่ถูกร้องที่เป็นพวกเดียวกันหรือไม่
มีประเด็นต่อความเห็นทางข้อกฎหมายของกูรูสายเนติบริกรอย่าง วิษณุ เครืองาม กับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั้น ไม่ได้มีอะไรให้น่าตกใจ ท้ายที่สุด คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นมือไม้สำคัญของฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่ายุคเผด็จการ คสช.บวรศักดิ์เหมือนจะถูกตบหน้าฉาดใหญ่ที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแล้วถูกเขี่ยทิ้ง โดยที่ผู้นำเผด็จการหันไปเลือกใช้บริการ มีชัย ฤชุพันธุ์ กระทั่งเกิดวาทกรรม เขาอยากอยู่ยาว
ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าอาจารย์และลูกศิษย์สำนักเดียวกันคงจะมองหน้ากันไม่ติด แต่สุดท้ายก็ได้เข้ามารับใช้กลไกอำนาจของขบวนการอยู่ยาวทั้งสิ้น ด้วยสังขารและจำเป็นต้องทำตัววางเฉยหลังจากเขียนรัฐธรรมนูญฉบับวางยาแล้ว มีชัยจึงทำตัวเงียบเชียบ ขณะที่วิษณุหลังหมดยุครัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจ ยังคงปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ ส่วน บวรศักดิ์ก็กลับมาแจ้งเกิดในรัฐบาลอายุสั้น และกำลังจะได้ไปต่อกันแบบยาว ๆ กับรัฐบาลชุดใหม่
ความเคลื่อนไหวเป็นไปในลักษณะนี้ บรรดากองเชียร์ที่แอบลุ้นจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ เลิกฝันกันได้เลย บอกแล้วว่า อุตส่าห์ใช้นิติสงครามเล่นงานรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ร่มเงาของฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ตาม แต่มันไม่ใช่สายตรง กระทั่งสามารถจูงจมูกให้พรรคส้มหลงผิดโหวตเลือกอนุทินมาเป็นนายกฯ ผลักดันให้เกิดรัฐบาลอายุสั้น แล้วใช้ความได้เปรียบยุบสภาเลือกตั้งจนพรรคสีน้ำเงินกลายมาเป็นผู้ชนะได้ ใครมันจะโง่ให้ทุกอย่างจบลงแบบลงทุนกันฟรี ๆ
มันต้องเป็นเช่นนี้แล ที่ตอกย้ำบ่อย ๆ เพื่อเป็นการกระทุ้งให้เจ้าของพรรคสุดโต่ง ได้สำเหนียกว่าทฤษฎีประนีประนอมครั้งใหญ่ มันไม่มีวันเกิดขึ้น อนุรักษ์นิยมจะสมยอม หรือโอนอ่อนให้ก็แต่เฉพาะนักการเมืองที่ทำตัวเป็นหลิวลู่ลมเท่านั้น พวกอ่อนหัด ฟันน้ำนมแต่ทำตัวเป็นของจริง ของแท้ ตั้งต้นด้วยการแข็งข้อ ทำตัวเป็นกบฎ ไม่มีทางที่จะตามเกมพวกเขี้ยวลากดินได้ ต้องจำสิ่งที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน เคยพูดไว้ในวันที่ร่วมงานกับพรรคของเผด็จการสืบทอดอำนาจ รัฐธรรมนูญออกแบบไว้เพื่อพวกเรา ไม่ใช่แค่จะไม่ได้เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญที่ประชามติต้องการให้แก้ก็จะไม่สามารถแตะต้องได้เหมือนเดิม
อรชุน