หุ้นจบยก 2

วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่อีฉันมักพูดถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในวันถัดไป หลังข้อมูลบางอย่างชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังจะจบยก 2


วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่อีฉันมักพูดถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในวันถัดไป หลังข้อมูลบางอย่างชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังจะจบยก 2 ซึ่งดูได้จากการวิ่งของดัชนียกแรก มีจุดเริ่มต้นจากระดับ 1,250 จุด ขึ้นไปถึงระดับ 1,350 จุด ต่อจากนั้นดัชนีถูกเขย่าแรงจนเสียวไส้ ก่อนจะเริ่มต้นยกสองด้วยการเปิดกระโดดขึ้นไปบริเวณ 1,400 จุด และไล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณ 1,500 จุดไงล่ะคะ

ตรงนี้เป็นข้อมูลที่ทำให้ “โมนิก้า” เชื่อย่างสนิทใจว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังจะจบยก 2 เพราะทันทีที่ดัชนีขึ้นไปถึงระดับ 1,506.08 จุดได้ไม่ทันไร หลังจากนั้นก็ถูกขายออกมาตลอดเวลา จนดัชนียืนปิดไปที่ระดับ 1,480.24 จุด บวกไป 0.53 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.58 หมื่นล้านบาท จึงเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้นักเล่นรู้ว่า จังหวะนี้ต้องถอยตามกระแส เพราะดัชนีขึ้นไปถึงเป้าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ไว้นะซี

สิ่งที่ต้องคิดถัดมาก็คือ ต่อจากนี้จะมีปัจจัยบวกใหม่ ๆ อะไรเข้ามาบ้าง? เพราะสิ่งที่เห็นตอนนี้กำลังมีเรื่องร้อนผุดขึ้นมาใหม่อีกแล้ว โดยเฉพาะท่าทีของขรัวเฒ่าอย่าง “ทรัมป์” ซึ่งเป็นคนหัวดื้อที่ต้องการเอาชนะด้วยทุกวิถีทาง “โมนิก้า” มองเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทั่วโลกกลับมาสะพรึงอีกครั้ง ผสานกับเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงตั้งลำ เพื่อระจังหวะเทคตัวขึ้นใหม่แบบนี้..เสียขบวนสิคะ

ขนาดรายที่เห็นว่า แน่ ๆ แจ๋ว ๆ อย่างหุ้นลูกอ๊อด AOT ยังถูกขายทำกำไรแบบไม่มีเยื่อใย จนหุ้นลงมากองอยู่ที่ระดับ53.50 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 5.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.94 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องไม่ปกติอย่างแน่นอน เพราะหลายครั้งที่หุ้นโดนขายหนัก ราคาหุ้นมักลงไปกองอยู่ที่ฐานล่างเป็นประจำ และเที่ยวนี้มีฐานล่างอยู่ที่บริเวณ 50 บาทเสียด้วยจ้า!

เช่นเดียวกับในรายของ KCE ก็ไหลรูดลงมาปิดที่ระดับ 19.80 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 817 ล้านบาท ก็ทำให้เชื่อว่า หุ้นมีสิทธิ์ลงไปกองฐานเก่าที่ย่ำเป็นเวลานานบริเวณ 18 บาทอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งกระชากขึ้นแรงได้แค่ 2-3 วันแบบนี้ กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้นักเล่นเกิดอาการจิตตกขึ้นมาอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องของกำไรไตรมาส 1 อาจไม่เป็นไปตามเป้า มันทำให้นักเล่นใจแป้วกันเป็นแถวนะจ๊ะ

เม้าท์ถึงเรื่องผลงานขึ้นมาทั้งที ย่อมมีชื่อของเจ้าจำปี THAI ติดในโผหุ้นที่ส่อโดนขายเรื่อย ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะภาพของหุ้นตัวนี้เต็มไปด้วยสารพันปัญหาที่ชอบตามหลอกหลอนไม่เลิกสักที อีฉันเลยเดาทางไม่ออกเหมือนกันว่า หุ้นจะขึ้นอย่างแข็งแกร่งได้อย่างไร? ในเมื่อแรงขับเคลื่อนหลักต้องมาจากกำไรต้องโตเป็นประเด็นสำคัญ ส่งผลให้การยืนปิดที่ 6.60 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 703 ล้านบาท อาจไม่ใช่การย่อตัวธรรมดา ๆ เจ้าค่ะ

หากมองภาพดังกล่าวไม่ออก “โมนิก้า” ขอแนะนำให้มองไปที่หุ้น DOHOME พร้อมกับย้อนกลับไปดูกำไรไตรมาส 2 ที่อยู่ในระดับ 150 ล้านบาท ต่อมาไตรมาส 3 กำไรอยู่ที่ระดับ 100 ล้านบาท และในไตรมาส 4 ก็อยู่ในระดับ 100 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งเป็นภาพที่ย้ำให้เห็นว่า ไม่โต! ซึ่งเป็นแรงกดดันให้นักลงทุนต้องทิ้งหุ้นเมื่อภาวะตลาดหุ้นไม่เป็นใจ อีฉันเลยสงสัยว่า จะมีใครกล้าช้อนหุ้นที่ลงมายืน 3.88 บาท ลบไป 0.32 บาท หรือลงไป 7.60% ด้วยมูลค่า 244 ล้านบาทบ้างคะ

ขนาดราชาเงินผ่อน AEONTS ยังโดนผลกระทบกำไรลดเล่นงานเป็นระลอก จนราคาหุ้นโงหัวไม่ขึ้นสักที และที่ดีสุดก็แค่ลงมาแตะดับ 95 บาท ต่อจากนั้นเด้งกลับขึ้นไปแถว 105 บาท  “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 96.50 บาท ลบไป 2.25 บาท หรือลงไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 171 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 8.50 เท่า แต่ต้องลุ้นให้กำไรไตรมาส 4 ปี 68 โตกว่าไตรมาส 3 ปี 68..คุ้มเสี่ยงไหม?

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button