พาราสาวะถี

ยังคง เล่นบทอมพะนำ ทำตัวเงียบเชียบต่อไป สำหรับองค์กรจัดการเลือกตั้งอย่าง กกต.ท่ามกลางข้อกังขาที่เกิดขึ้นรายวัน


ยังคง เล่นบทอมพะนำ ทำตัวเงียบเชียบต่อไป สำหรับองค์กรจัดการเลือกตั้งอย่าง กกต.ท่ามกลางข้อกังขาที่เกิดขึ้นรายวัน ปัญหาไม่ได้หมดไปขณะที่ข้อสงสัยกองสุมพะเรอเกวียน ปมบัตรเลือกตั้งหลังกรณีปาร์โค้ดรอกระบวนการชี้แจงของ กกต.ที่ขอยืดเวลาส่งรายละเอียดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ มีคำถามเกิดขึ้นตามมาอีก หลังจากมีการสั่งให้พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ใช้ในหน่วยเลือกตั้งที่มีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ซึ่งมีความแปลก แตกต่างไปจากบัตรเลือกตั้งชุดเดิม

ความต่างดังว่าคือ บัตรเลือกตั้งใหม่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ทำให้มีคนไปร้องว่าน่าจะเป็นบัตรที่ผิดระเบียบของ กกต.เอง เพราะในระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ได้แสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง สส.ต้องมีหมายเลขของบัตรที่ต้นขั้ว เพื่อประโยชน์ในการตรวจนับจำนวนบัตรเลือกตั้งในแต่ละเล่ม ต้องตรงกับจำนวนและหมายเลขที่ระบุในปกของแต่ละเล่ม การไม่มีหมายเลขบัตรแต่ละใบ ย่อมทำให้คนเชื่อได้ว่าเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต

ช่องทางที่อาจทำให้เกิดการทุจริตนั้น สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.มองว่า อาจมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสส.เกินจำนวน 20 ใบต่อเล่ม หรืออาจแจกจ่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิ์แนบไปพร้อมกันครั้งละมากกว่า 1 ใบ อันเป็นสาเหตุของบัตรเขย่ง จำนวนบัตรเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ เมื่อ กกต.สั่งพิมพ์บัตรที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เท่ากับ กกต.เป็นผู้กระทำกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบที่ตนเองได้วางไว้ ดังนั้น จึงสามารถฟ้องเอาผิด กกต.ทั้งคณะได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการป้องกันการทุจริตที่ กกต.อาจหยิบยกมาเป็นเหตุผลปกป้องตัวเองได้ โดยอ้างว่า มีการพิมพ์หมายเลขบัตรที่ต้นขั้วแต่ซุกซ่อนไว้ด้วยวิธีพิเศษ เช่น ใช้หมึกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือพิมพ์ในตำแหน่งด้านหลังต้นขั้ว ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดอยู่ในหีบบัตรที่ปิดผนึกแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ประชาชนก็ต้องไปใช้ช่องทางในการขอตรวจสอบได้ โดยใช้คำสั่งศาลด้วยการฟ้องเอาผิด กกต.มาตรา 157 ที่มีเหตุมาจากการที่ กกต.ส่อว่าทำผิดระเบียบที่ตนเองเป็นผู้วางไว้นั่นเอง

ปมบัตรเลือกตั้งไม่ได้มีแค่กรณีพิมพ์บัตรไม่มีหมายเลขที่ต้นขั้วเท่านั้น ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้ออ้างของการสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ ไม่นำเอาบัตรเลือกตั้งที่เหลือจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์มาใช้ โดยบอกว่า ได้ทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือไปหมดแล้ว กรณีนี้ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ได้ชี้ชวนให้คนช่วยมองถึงความไม่ปกติ การทำผิดระเบียบที่ตัวเองเป็นผู้วางไว้อีกเรื่องหนึ่ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือทำลายหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่ ถูกระเบียบหรือไม่

แน่นอนว่า ความสงสัยกับการทำลายบัตรเลือกตั้งหนนี้ในมุมของปริญญา ก็ผูกเข้ากับปมที่เคยเปิดไว้ก่อนหน้า กรณีที่ กกต.ไม่ยอมประกาศตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่ามีจำนวนเท่าใด คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด นั่นเพราะบัตรเลือกตั้งทั้งสีชมพูและสีเขียวพิมพ์ทั้งหมดอย่างละ 56.1 ล้านใบ เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าคนไปเลือกตั้ง 65 เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างมาก 69 เปอร์เซ็นต์ ถ้านับครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะมีบัตรเลือกตั้งเหลือ 20 ล้านใบ ทำไมไม่เอาบัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่มมาใช้

อยู่ดี ๆ กกต.จะสั่งให้ทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือทั้งหมด แล้วพิมพ์ใหม่แบบต้นขั้วไม่มีเลขเล่มและเลขบัตรได้เลยหรือ ประสาผู้รู้ด้านกฎหมายปริญญาจึงไปเปิด ระเบียบเลือกตั้ง สส. .. 2566 เรื่องการทำลายบัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่า ข้อ 252 กำหนดว่า ทั้งบัตรเลือกตั้งที่ใช้แล้ว และบัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่ม จะทำลายได้ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในวรรคสอง โดยมี 3 ประการที่ประชาชนต้องช่วยกันจี้ให้ กกต.ชี้แจง

เป็นบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว และไม่มีเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับการนับคะแนน เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีกรณีร้องคัดค้านในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง หรือมีแต่เรื่องร้องคัดค้านนั้นคณะกรรมการหรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณีวินิจฉัยแล้วเสร็จ และเป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีกรณีการฟ้องคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครองในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนเลือกตั้ง หรือมีกรณีการฟ้องคดีต่อศาลในความผิดดังกล่าวแต่คดีถึงที่สุดแล้ว

เห็นกันอยู่ว่าการเลือกตั้งหนนี้มีการร้องคัดค้านการนับคะแนน ร้องเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งจำนวนมาก ถึงต้องมีการนับคะแนนใหม่ และเลือกตั้งใหม่ในหลายหน่วย ผลการเลือกตั้งก็ยังไม่ประกาศ ที่ กกต.ประกาศคือใบคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นลายมือถ่ายเป็น PDF ไม่ใช่การประกาศผลการเลือกตั้ง ระยะเวลาในการคัดค้านการเลือกตั้งก็ยังไม่ผ่านไปคือ 30 วันนับตั้งแต่ประกาศผลการเลือกตั้ง และยังมีการฟ้องศาลหลายศาล ทำไม กกต.จึงทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่มทิ้งได้

ที่สำคัญตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ 252 วรรคสอง ข้อ 253 ยังกำหนดไว้ว่า ให้เลขาธิการ กกต.แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายบัตรเลือกตั้งส่วนกลาง เพื่อดำเนินการทำลายบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่นึกจะทำลายก็ทำลายได้เลย ตรงนี้แหละต้องรอ แสวง บุญมี ชี้แจงว่าตั้งแล้วหรือไม่ ตั้งเมื่อไหร่ แล้วมีการประชุม มีมติกันตอนไหน เรียกได้ว่าขยับไปทางไหนเต็มไปด้วยข้อสงสัย มีแต่ความเคลือบแคลงกังขา ไม่ต้องถามถึงศรัทธา เว้นเสียแต่ว่าไม่สน เพราะฟังแต่ผู้มีบารมีที่คอยชี้นิ้วสั่งการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้องค์กรจัดการเลือกตั้งจะตกอยู่ในภาวะยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก แต่กระบวนการประสานความร่วมมือตั้งรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป แทบจะบอกได้ว่า มีบทสรุปรอเพียงการประกาศรับรองผลเลือกตั้งเท่านั้น ใครที่มองว่าเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจหันไปพลิกขั้วจับมือกับอีกฝั่งเป็นไปได้ยาก ขนาดชนะเลือกตั้งหนที่แล้วท่วมท้นยังเข้าสู่อำนาจบริหารไม่ได้ มันเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนแล้วว่า เขาเลือกใคร อนุรักษ์นิยมกำหนดไว้แล้ว ชนชั้นอีลิทก็ขานรับ มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

อรชุน

Back to top button