พาราสาวะถี

ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน บอกมาตั้งแต่หลังเลือกตั้งแล้ว ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ยังไงเสียการประกาศรับรองผลครั้งนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว


ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน บอกมาตั้งแต่หลังเลือกตั้งแล้ว ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ยังไงเสียการประกาศรับรองผลครั้งนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แล้วก็เป็นเช่นนั้น วานนี้ (25 กุมภาพันธ์) กกต.มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง สส. 396 เขต ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอ ส่วนปาร์ตี้ลิสต์จะรับรองตามมา เพราะมีข่าวว่า จะสามารถประกาศรับรอง สส.ให้ได้ไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์หรือ 475 คน ภายในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ก็หมายความว่าจะจบกันภายในสัปดาห์นี้ เพื่อนำไปสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว

ถามว่าแล้วเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ที่มีต่อ กกต.ไม่ต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการก่อนหรือ ไม่จำเป็น เนื่องจากทุกเรื่องต้องใช้เวลา อาจจะมีความเคลือบแคลงกันบ้างว่า ทำไมคราวเลือกตั้งหนก่อนจึงใช้เวลากว่าจะรับรองจนสามารถเปิดประชุมสภาได้นานกว่า 1 เดือน แต่หนนี้รวดเร็วปานสายฟ้า ถ้าติดตามสถานการณ์กันมาตั้งแต่ต้น สายตรงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมความชัยชนะได้สวยหรู ถล่มทลายขนาดนี้ โดยมีแบ็กอัพขั้นเทพ องค์กรที่จัดการเลือกตั้งจะกล้ายึกยัก ชักช้าอย่างนั้นหรือ

แน่นอนว่า ไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการของอนุรักษ์นิยม ที่ต้องยอมรับกันว่าคือ คนในขบวนการเผด็จการสืบทอดอำนาจ ที่วางกลไกอันเกี่ยวข้องกับทุกองคาพยพที่ขับเคลื่อนเวลานี้เท่านั้น ที่ขีดเส้นให้เดินเร็ว ชนชั้นอีลิทที่มีพลังทางการเมืองก็มีความประสงค์ที่จะให้ตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในระยะเวลาอันสั้นเช่นเดียวกัน ไม่ต่างจากภาคเอกชนและประชาชนที่เห็นว่า ถ้าไม่มีปัญหาอะไรหนักหน่วงรุนแรงก็ควรที่จะมีฝ่ายบริหารเข้ามาบริหารประเทศ ทุกอย่างจะได้เดินหน้ากันเสียที

ในเมื่อ ความผิดพลาดในมิติทางการเมืองมันเกิดขึ้นตั้งแต่พรรคประชาชนไปยกมือให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมคืนชีพกระทั่งนำมาซึ่งผลการเลือกตั้งอย่างที่เห็น หากจะถามหาความรับผิดชอบก็ต้องชี้นิ้วไปที่พรรคส้ม ปมการร้องเรียน กกต.ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เมื่อทุกอย่างต้องใช้เวลา ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ บทสรุปจะออกมาแบบไหนเป็นสิ่งต้องยอมรับกันได้ เมื่อเลือกที่จะให้เป็นแบบนี้ ก็ต้องเดินกันไปแบบนี้

เห็นกันอยู่แล้วว่า บุคคลในซีกอนุรักษ์นิยมที่มีความช่ำชองทางกฎหมายให้ความเห็นชนิดที่แทบจะฟันธงกันได้ว่า ผลของเรื่องที่มีการร้องมีแนวโน้มจะจบลงแบบใด กลไกนิติสงครามออกแบบมาจากไหน แล้วใครเป็นผู้ควบคุมกลไกเหล่านั้น แอ็กชันของกูรูด้านกฎหมายที่เป็นฝ่ายขวาเหมือนกันอาจเห็นต่าง แต่นั่นเป็นเพียงการแบ่งบทกันเล่น เพื่อให้เห็นมุมมองของข้อกฎหมายไม่ตรงกันได้ สุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้ชี้ขาด แทบไม่ต้องคาดเดาอะไรกัน มันก็เป็นเช่นนี้แล

ตอนนี้คงจับตากันไปที่โฉมหน้าของรัฐบาลหนู 2 จะออกมาแบบไหน สูตร 300 เสียงตามที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างหรือไม่ หรือจะเติมพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเพื่อความเข้มแข็ง ความจริงคือ ลดแรงเสียดทานของเพื่อไทย เพราะหากใช้สูตรปล่อยให้ฝ่ายค้านมี 200 เสียง มันเท่ากับเปิดช่องให้พรรคสีแดงพร้อมที่จะชิ่งได้ทุกเมื่อ และนั่นย่อมนำมาซึ่งการเพิ่มพลังต่อรอง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับพรรคเก่าแก่โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมที่จะนำพาสมาชิกมาร่วมงานกับพรรคสีน้ำเงินหรือไม่

คงจำกันได้ ตอนรัฐบาลในค่ายทหารหัวหน้าพรรคสีฟ้าเคยใช้บริหารพรรคสีน้ำเงินเป็นตัวแปรสำคัญ ในการดันก้นให้ตัวเองก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศได้สำเร็จ แต่หนนั้นว่ากันว่า เป็นดีลที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนพรรคเก่าแก่ไม่ใช่น้อย เพราะกลายเป็นว่าการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทำให้ต้องยอมแทบจะทุกเรื่อง กระทรวงเกรดเอ เก้าอี้รัฐมนตรีที่มีพลังอำนาจ และสามารถเป็นแหล่งสะสมกระสุน มีการประเคนให้กับพรรคที่ตีจากนายใหญ่มาในเวลานั้นทั้งหมด

ไม่แน่ว่า ภายใต้บริบทความจำเป็นที่พรรคสีน้ำเงินต้องใช้บริการพรรคเก่าแก่ เพื่อเป็นไม้กันหมาไม่ให้ถูกพรรคสีแดงขี่คอ อาจจะเป็นจังหวะที่ทำให้อภิสิทธิ์สามารถเรียกร้องตำแหน่งแม้จะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนครั้งที่เคยถูกกระทำ เนื่องจากเสียง สส.ของพรรคที่มีอยู่ไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่าได้ไว้ลายในความเป็นพรรคที่มีลีลาพริ้วไหวอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มนี้ไม่เกิดขึ้น หมายความว่า ภูมิใจไทยกับเพื่อไทยคุยกันลงตัว เคลียร์กันได้ ไม่มีปัญหาเรื่องเก้าอี้

ความจริงว่ากันว่า ทุกอย่างจบไปแล้ว ตำแหน่งทั้งหลายตามที่ปรากฏเป็นข่าวค่อนข้างที่จะใกล้เคียง ด้วยความต่างของเสียง สส.ระหว่างพรรคอันดับ 1 กับอันดับ 2 ที่มากกว่าร้อยที่นั่ง ทำให้เพื่อไทยจำเป็นที่จะต้องยอมรับเก้าอี้ที่ได้รับการจัดสรร การไม่ได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ งานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากได้คุมเก้าอี้ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือเป็นจุดที่จะสามารถนำไปต่อยอดนโยบายด้านการเกษตร และช่วยเหลือเกษตรกรได้

สำคัญไปกว่านั้นถ้า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้บริหารงานกระทรวงด้านการศึกษาที่เป็นสายตรงกับความรู้ ความสามารถ จะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพ ถือเป็นการฝึกงาน สร้างกระดูกทางการเมือง ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า อนาคตรัฐบาลจะอยู่กันได้ยาวขนาดไหน แม้พรรคแกนนำจะมีเก้าอี้ สส.เกือบ 200 ที่นั่ง แต่นั่นไม่ใช่การการันตีว่าทุกอย่างจะมั่นคง หากผลงานไม่เป็นที่ปรากฏเสถียรภาพย่อมสั่นคลอน และระหว่างทางไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า จะเกิดการเหยียบตาปลาหรือสะดุดขาตัวเองล้มคะมำหรือไม่

ยิ่งการที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล คนอย่าง ธรรมนัส พรหมเผ่า คงไม่ยอมให้ถูกหักหน้าเสียเชิงชายกันง่าย ๆ ย่อมรอจังหวะที่จะเตะตัดขา อยู่ที่ว่าจะมีอะไรเด็ดมาสร้างความปั่นป่วนให้กับฝ่ายกุมอำนาจได้แค่นั้น ประสาไก่เห็นตีนงูไม่น่าจะบุ่มบ่ามหรือทำเรื่องที่ส่งผลต่ออนาคต นักการเมืองที่ดีต้องเย็นให้พอ รอให้เป็น หากจัดทัพปรับทีมกันให้มีคนที่พร้อมจะทำงานโดยไม่สร้างปัญหาต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้ ในระยะเวลาอันใกล้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกดึงเข้ามาร่วมงาน

อรชุน

Back to top button