หุ้นเล็กตัวทีเด็ด!

สิ่งที่ “โมนิก้า” สนใจมากสุดในเที่ยวนี้เป็นเรื่องซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ยอดซื้อสุทธินับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ปาเข้าไป 5.65 หมื่นล้านบาท


สิ่งที่ “โมนิก้า” สนใจมากสุดในเที่ยวนี้เป็นเรื่องซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ยอดซื้อสุทธินับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ปาเข้าไป 5.65 หมื่นล้านบาท และถ้านับเฉพาะยอดซื้อในเดือน ก.พ. พวกฝรั่งหัวทองก็ซัดเข้าไปถึง 5.21 หมื่นล้านบาทแบบนี้ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า เที่ยวนี้ฝรั่งลงทุนยาวอย่างแน่นอน เพราะระดับที่ดัชนียืนอยู่ในวันนี้ ยังมีแก๊ปให้ดัชนีทะยานขึ้นไปอีกนะนายจ๋า!

ด้วยประเด็นดังกล่าวคงไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยจากความเป็นจริงที่ว่า การมาของพรรคภูมิใจไทยสามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นไทยได้เป็นอย่างดี ผนวกกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาก็อยู่ในเกณฑ์ดีเป็นส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นตัวเร่งใหนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ผลัดกันเข้ามาซื้อหุ้น จนดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,516.01 จุด บวกไป 25.16 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.55 หมื่นล้านบาท และเป็นการกลับขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุดอีกครั้งนะจ๊ะ

วันนี้เลยไม่มีความจำเป็นต้องเม้าท์ถึงหุ้นใหญ่ให้เสียเวลา เพราะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า หุ้นใน SET100 คือเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบัน ขณะเดียวกันจะเห็นว่า หุ้นเล็กที่ทำผลงานดี หรือมีสตอรี่ดี ยังเป็นตัวเลือกอันดับแรกของนักลงทุนรายย่อย “โมนิก้า” จึงอยากเม้าท์ถึงหุ้นเหล่านี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับแฟนคลับที่ต้องการเกาะกระแสหุ้นเด่นที่กำลังมาแรงพะยะค่ะ

เจ๋งสุด ๆ คงต้องมองไปที่หุ้น TURBO ซึ่งกระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.82 บาท บวกไป 0.21 บาท หรือขึ้นไป 13% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 339 ล้านบาท ทั้งที่ 3-4 วันก่อนทำท่าเหมือนกำลังจะแยกวงแบบนี้ “โมนิก้า” เม้าท์ได้ทันทีว่า เกมนี้เป็นช็อตที่เจ้ามือตั้งใจทำอย่างแน่นอน เพราะองค์ประกอบหลายอย่างเป็นใจให้สุด ๆ แถมรายย่อยมีความฮึกเฮิมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เลยมีคำพูดที่ว่า ไม่เสี่ยงก็ไม่รวยสิค่ะ

ขนาดหุ้น MCOT มีการโชว์ตัวเลขขาดทุนเรื้อรังเกินจะบรรยาย ก็ยังมีมือดีเข้ามาดันหุ้นแบบไม่สนโลก จนราคาหุ้นฟื้นตัวจาก 3 บาทขึ้นมาเรื่อย ๆ ขณะที่วานนี้ยืนปิดที่ระดับ 6.85 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31 ล้านบาทแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมเสี่ยงที่พวกขาลุยพร้อมแลกเต็มตัว แล้วอีฉันจะทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลองหาพระแสงอะไร เพราะนาทีนักเล่นมาด้วยใจล้วน ๆ ..อิอิอิ

ส่วนรายที่มาพร้อมกำไรสวยหรู คงไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าหุ้นทุเรียน NTF ซึ่งแสดงกำไรต่อหุ้นในปี 68 มากถึง 1.60 บาท ขณะที่กำไรต่อหุ้นปี 67 อยู่แค่ระดับ 0.46 บาท ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนกระโจนใส่หุ้นมือเป็นระวิง พร้อมกับดันหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 9.30 บาท บวกไป 2.15 บาท หรือขึ้นไป 30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 130 ล้านบาทแบบนี้..คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า ปีนี้ทุเรียนยังส่งออกดีไหม? ..ถ้าคิดว่ายังไปได้ดี ก็ต้องลุยเท่านั้นเองค่ะ

เหมือนกับในรายของหุ้นน้ำยาย้อมผม ลีโอ..อุ๊ย..ไลโอ ภายใต้ชื่อหุ้น 88TH กลายเป็นช็อตที่เดิมพันด้วยกำไรต่อหุ้นปี 68 จะทำได้ในระดับ 0.60 บาทไหม? หากทำได้จริงเหมือนที่ประเมินกันไว้ “โมนิก้า” ก็คิดว่า การยืนปิดที่ระดับ 5.05 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งอีกเยอะ และอย่าลืมว่า ยาย้อมผมต้องใช้กันทุกเดือน แถมบริษัทขยันออกมาเฉดสีใหม่ ๆ และขายผ่านออนไลน์มากขึ้น กำไรมันจะโตไหมล่ะคะ

ส่วนรายที่แบเบอร์อย่างหุ้น PSGC กลายเป็นช็อตที่ได้เล่นกันยาว ๆ หลังสุดหล่อของอีฉันอย่าง “เดวิด” จรดปากกาเซ็นขายถ่านหินให้กับโรงไฟฟ้าที่เวียดนาม ปีละ 10 ล้านตันเป็นเวลา 10 ปี แถมบุ๊กรายได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ ก็หมายความว่า ปีนี้รายได้น่าจะโตกระโดด ซึ่งคิดง่าย ๆ ได้จากราคาถ่านหินตันละ 4 พันบาท หากขายแค่ 5 ล้านตันในปีนี้ รายได้ก็จะพุ่งขึ้นไปถึง 2 หมื่นล้านบาทแบบนี้..การยืนปิดที่ระดับ 3.78 บาท บวกไป 0.36 บาท หรือขึ้นไป 10.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13 ล้านบาท มันขึ้นน้อยเกินไปหรือเปล่า?..ลองคิดกันดูนะนายจ๋า

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button