
พาราสาวะถี
สงครามสหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอลถล่มอิหร่าน ท่ามกลางการตอบโต้อุตลุดของฝ่ายที่ถูกโจมตี ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อหรือจบลงเมื่อไหร่
สงครามสหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอลถล่มอิหร่าน ท่ามกลางการตอบโต้อุตลุดของฝ่ายที่ถูกโจมตี ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อหรือจบลงเมื่อไหร่ เพราะข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏตามหน้าสื่อไม่มีใครการันตีได้ว่าจะต้องเชื่อถือกันอย่างไร โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสีย ความเสียหายในอิหร่านที่การข่าวไม่ได้เปิดเผย ส่วนฝั่งที่รุกรานวางเป้าหมายไว้แล้ว ย่อมมาพร้อมกับการทำสงครามข่าวสารทุกรูปแบบ ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องเฝ้าจับตารอดูบทสรุปกันอย่างเดียว
ต้องอย่าลืมว่าอิหร่านไม่ได้เดินเพียงลำพัง แม้ว่าจีนกับรัสเซียจะไม่ได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าสนับสนุนการรบครั้งนี้ขนาดไหน ส่วนเกาหลีเหนือไม่ต้องบอกว่าหนุนข้างไหน ยังไม่นับรวมชาติในตะวันออกกลางที่หลังเห็นการตอบโต้ โจมตีแบบบ้าระห่ำของอิหร่านแล้ว บางประเทศถึงกับต้องขอให้สหรัฐฯ ถอนฐานทัพไปจากพื้นที่ของตัวเองเพื่อป้องกันการถูกโจมตี นั่นจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกต้องและ มองเห็นหนทางที่จะเป็นฝ่ายกำชัยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความวิตกกังวลเหล่านี้ ยังมีสัญญาในเชิงบวกต่อสถานการณ์น้ำมันอยู่บ้าง เมื่อ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน แถลงว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก และการจราจรทางน้ำลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นนั้น แต่การปิดช่องแคบดังกล่าวจะปิดกั้นเฉพาะเรือจากสหรัฐฯ อิสราเอล ยุโรป และพันธมิตรตะวันตกอื่นๆ เท่านั้น นั่นหมายความว่า เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอื่นยังคงสามารถเดินทางได้ ทว่าไม่แน่ใจว่าใครจะกล้าเสี่ยงภายใต้ภาวะสงครามหรือไม่
เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงยังคงเป็นความกังวลของทุกประเทศทั่วโลกต่อราคาน้ำมันที่คาดว่าจะสูงขึ้น มีการประเมินไปถึงภาวะการขาดแคลนที่อาจจะเกิดขึ้นทุกที่ กรณีนี้รัฐบาลโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องเร่งสร้างความมั่นใจผ่านกลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ปมความตื่นตระหนกของประชาชนแห่แหนไปเติมน้ำมันแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย แต่เรื่องการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าต่าง ๆ ของบรรดาผู้ค้าหน้าเลือดทั้งหลายต่างหากที่ต้องตรวจสอบและจัดการกันโดยเด็ดขาด
ขณะเดียวกันเรื่องท่าทีของผู้นำไทยต่อสงครามครั้งนี้ เป็นสิ่งที่คู่กรณีทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างเฝ้าจับตามองเช่นกัน หลังจาก ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบหารือกับอนุทินที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยใช้เวลาพูดคุยกันร่วม 2 ชั่วโมง แน่นอนว่าไม่มีประเด็นอื่น นอกเหนือจากการชี้แจงเรื่องสถานการณ์สงคราม เรื่องอื่นที่ลึกไปกว่านั้นอย่างเช่นการขอใช้ไทยเป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน ไม่มีใครบอกได้ว่าหารือกันหรือไม่ แต่เชื่อว่าเสี่ยหนูผู้ที่การันตีตัวเองว่าเชี่ยวชาญในการเจรจา ย่อมไม่ทำให้ไทยอยู่ในภาวะต้องเดือดร้อนจากการเลือกข้างแน่นอน
ด้าน นัสเชเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์นักข่าวไทย ต่อกรณีดังกล่าวว่า อาจจะมีการชี้แจงสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะท่าทีของทรัมป์เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ผู้นำสหรัฐฯ อยากเปลี่ยนการปกครองในอิหร่าน แต่มีความเข้าใจผิด ๆ ที่ผ่านมาถ้าดูง่าย ๆ ทรัมป์ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับอิหร่าน มีข้อมูลลวงจากรัฐบาลอเมริกันต่ออิหร่าน เห็นได้ชัดกรณีทรัมป์บอกอเมริกันต้องมาก่อน แต่กลับให้อิสราเอลมาก่อน โดยทูตอิหร่านชี้ว่า ไม่ได้กังวลเรื่องที่ทูตสหรัฐฯ พบอนุทิน แต่หวังว่านายกฯ ของไทยควรบอกอเมริกาหยุดสงครามครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบทั้งโลก
อย่างที่บอกว่าเสี่ยหนูต้องวางท่าทีอย่างระมัดระวังในกรณีนี้ จึงทำให้เกิดภาพ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม พา วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภาเข้าพบนายกฯ เพื่อที่ผู้นำจะได้ขอคำแนะนำในการวางตัวของนายกฯ ประเทศไทย ในฐานะที่วันนอร์คือผู้กว้างขวางในโลกมุสลิมระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า สิ่งที่อนุทินได้ดำเนินการนั้นเหมาะสมที่สุด ต้องวางตัวเป็นกลาง ทำตัวนิ่ง ๆ เพื่อดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด
เรื่องของการวางตัว แสดงท่าทีนั้นถือว่างานด้านต่างประเทศของไทยไม่แพ้ใครในโลกอยู่แล้ว ปัญหาสำคัญสำหรับรัฐบาลเวลานี้ คงอยู่ที่ จะทำอย่างไรที่จะขนคนไทยในอิหร่านเกือบ 300 คนเดินทางกลับประเทศโดยปลอดภัย เนื่องจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นการบินกลับทันทีไม่สามารถทำได้ จึงต้องวางแผนในการอพยพจะผ่านทางตุรกีหรืออาเซอร์ไบจาน ถึงตรงนี้มีการวางแผนสำรอง ถ้าขนกลับด้วยเครื่องบินไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องใช้เรือในการลำเลียง โดยทางกองทัพเรือก็มีความพร้อมอยู่แล้ว
ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่รัฐบาลรักษาการต้องติดตาม และวางแผนในการช่วยเหลือดูแลคนไทยไม่เฉพาะอิหร่าน แต่รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ที่เป็นไป หลังจาก กกต.รับรอง สส.ได้ถึง 499 คนแล้ว ภารกิจสำคัญของอนุทินเวลานี้คือ เร่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลอำนาจเต็มให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด คาดหมายกันว่าการเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่น่าจะเกิดวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคมนี้
หลังจากนั้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ แล้ว ก็จะมีการเรียกประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ โดยเร็ว ไทม์ไลน์ที่มีการวางกันไว้น่าจะจบภายในสิ้นเดือนนี้ โดยจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้ไม่เกินกลางเดือนเมษายน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หลังจากเห็นรายชื่อของคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว เกินครึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรรคภูมิใจไทยที่มีปัญหาของการจัดสรรโควตากับบรรดาผู้กว้างขวางทั้งหลายนั้น ได้ข้อยุติแล้ว ผู้สนับสนุนหรือกลุ่มนายทุนพรรคต้องได้รับการพิจารณาก่อน ตามมาด้วยเหล่าบ้านใหญ่ ใครมีเสียงตามโควตาก็ได้รับสิทธิ์เช่นกัน ที่เหลือต้องคุยกันให้ลงตัว เพราะงานนี้ว่ากันว่า มีการใช้ไม้แข็งในฐานะที่มีแบ็กอัประดับเทพ ใครแข็งข้อจะถูกจับดองเค็มกันยาว ๆ เลยทีเดียว
อรชุน