พาราสาวะถี

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ มีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเวลา 17.00 น. จากนั้นวันรุ่งขึ้น (15 มีนาคม) 9 โมงเช้า จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ


วันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ มีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเวลา 17.00 น. จากนั้นวันรุ่งขึ้น (15 มีนาคม) 9 โมงเช้า จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ รายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อและได้รับเลือกจากที่ประชุม ไม่มีอะไรพลิกผันไปจากที่ปรากฏเป็นข่าว แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะมีการเสนอชื่อคนประกบด้วย ทุกอย่างถูกจัดวางกันมาเป็นที่เรียบร้อย ดูจากเงื่อนเวลา ต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาฯ ลงมา หลังจากนั้นก็จะมีการนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ไทม์ไลน์ที่วางไว้กันก่อนหน้า ไม่เกินปลายเดือนนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ คนที่ 33 การตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จช้าสุดไม่เกินสงกรานต์ แต่น่าจะเร็วกว่านั้น กระบวนการหลังจากนี้ไม่มีอะไรล่าช้า ตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี แทบจะได้บทสรุปกันทุกกระทรวง ไม่ใช่หวยล็อกแต่สถานการณ์ที่ต้องมีรัฐบาลอำนาจเต็มเข้าไปแก้ปัญหามันรอไม่ได้ ทุกอย่างลงตัวก็ไม่จำเป็นต้องยึดยื้อ ปมปัญหาร้องเรียนต่าง นานาว่ากันไปตามครรลอง เห็นการเดินกันแนวนี้แล้ว แทบไม่ต้องมองบทสรุปว่าจะออกมาแบบไหน

ที่ต้องจัดระเบียบกันหลังจากขั้นตอนการตั้งรัฐบาลเรียบร้อย คงเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรคการเมือง ถูกจับตามองที่สุด หนีไม่พ้นเพื่อไทย เพราะ มีขบวนการสร้างความแตกแยก สร้างความระส่ำระสายกันอยู่ เห็นได้จากกรณีการตั้งแง่กับ 3 รายชื่อรัฐมนตรี จน สมศักดิ์ เทพสุทิน ต้องถูกกาชื่อทิ้งไปก่อน ลามไปถึง ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค สุดท้าย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คงไม่มีข้อยกเว้น ฝ่ายเสี้ยมยังคงพยายามทุกทางเพื่อที่จะยุยงให้เกิดรอยร้าว เปิดแผลให้กว้างที่สุดเพื่อหวังดึงพวกที่กระเหี้ยนกระหือรอต้องการหัวโขนทางการเมืองเข้าสังกัด

อย่างไรก็ตาม แว่วมาว่าแม้นายใหญ่ไม่สามารถเข้ามาจัดการปัญหานี้ได้ แต่ผู้รับมอบอำนาจที่มีการวางตัวกันไว้ตั้งแต่ก่อนเดินเข้าเรือนจำ มีการเรียกกลุ่มก๊วนที่ก่อหวอดไปพูดคุยกันแล้ว ใครที่ยังไม่ลดราวาศอกพรรคก็จะลดทอนบทบาท ไม่ให้เข้ามาข้องแวะกับกิจกรรมภายใน ส่วนจะทำตัวเป็นพวกงูเห่า ตั้งท่าที่จะย้ายคอกก็เชิญ เพราะตราบใดที่พรรคไม่ได้ขับออกก็ต้องไขก๊อกไปเอง นั่นจะทำให้หัวโขนความเป็น สส.ต้องสิ้นสุดตามไปด้วย

อาจมีพวกยอมเสี่ยง เนื่องจากความเป็น สส.เขตเมื่อพ้นสภาพก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ต้องไม่ลืมว่า ถ้าจะทำเช่นนั้นต้องมีการวางทายาทที่จะให้ลงสมัครแทนในนามตัวเอง ซึ่งต้องไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคที่มีการซื้อตัวไปไม่น้อยกว่า 90 วัน ตรงนั้นอาจมั่นใจว่า ถ้าเข้าสังกัดพรรคแกนนำย่อมสร้างความได้เปรียบ มีต้นแบบให้เห็นแล้วจากกรณีลูกสาวของ ศักดา วิเชียรศิลป์ ที่ลาออกพรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยในรัฐบาลอายุสั้น ทำให้พ้นสภาพจากความเป็น สส.เขต 4 กาญจนบุรี แล้วส่งลูกสาวลงเลือกตั้งซ่อม ได้รับชัยชนะแบบสบายๆ จึงจะมีการใช้โมเดลนี้ต่อเนื่อง

ความพยายามในการสั่นคลอนความมั่นคงของพรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 เป็นไปเพื่อการป้องกันการหักหลัง อันเนื่องมาจากเสียงระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่แม้จะครองเสียงข้างมากเกือบ 300 เสียง หากพรรคสีแดงย้ายข้างไปแตะมือกับ 3 พรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อไหร่ ก็จะกลายเป็นพรรคเสียงข้างมากทันที มันจึงต้องชิงไหวชิงพริบกันอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ พรรคสีน้ำเงินกุมความได้เปรียบทุกประตู ไม่ใช่เพราะชอบธรรมด้วยชัยชนะที่ท่วมท้น แต่มาจากพลังสนับสนุนอันยากที่ใครจะต่อต้านได้ ต่างหาก

เห็นกันแล้วกับกระบวนการรับรองการเลือกตั้ง สส.ท่ามกลางข้อกังขามากมาย แต่ กกต.ก็กล้าที่จะลุยไฟ ใช้เวลาเพียงแค่ 10 กว่าวัน จนสามารถนำไปสู่การเปิดประชุมสภาและตั้งรัฐบาลได้ อย่างที่บอกไม่จำเป็นต้องมาตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักการทางกฎหมายใด ๆ เห็นกันอยู่ กลไกที่ออกแบบมานั้นเพื่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย หรือเพื่อให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมสามารถครอบครองอำนาจกันได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกันแน่

มิเช่นนั้น คงไม่มีการพูดถึงรัฐประหารด้วยรัฐธรรมนูญ บอกแล้วว่าการประนีประนอมครั้งใหญ่ ตามคำพูดของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ใช่เรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือหาทางลงระหว่างคู่ขัดแย้งใด ๆ แต่เป็นเรื่องของบรรดาผู้ที่มีอำนาจตามกลไกที่เผด็จการสืบทอดอำนาจได้ออกแบบไว้ สามารถจะรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของแต่ละองค์กรได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพวกที่อ้างว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยนั้น เห็นกันชัดมีแต่สาละวันเตี้ยลง

เมื่อกระชับอำนาจได้เรียบร้อย จากนี้ก็จะเป็นเรื่องของการจัดระเบียบเพื่อสร้างฐานอันแข็งแกร่งให้กับพรรคสายตรงของอนุรักษ์นิยม กลไกอำนาจรัฐไม่ต้องห่วงมาถึงนาทีสามารถกุมสภาพได้แบบเด็ดขาด ไม่ว่าจะสายไหนก็ตาม เหลือเพียงแค่การสร้างผลงานให้ประชาชนยอมรับเท่านั้น เห็นได้จากการยึดกระทรวงสำคัญทั้งเศรษฐกิจ ปกครองและความมั่นคงไปอยู่ในมือของพรรคสีน้ำเงิน มันคือการมองไปถึงผลของการเลือกตั้งครั้งต่อไปกันแล้ว

เพื่อไทยแม้จะได้เก้าอี้ว่าการถึง 5 ตำแหน่ง มีแค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น ที่พอจะมีช่องทางให้สร้างผลงานเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาได้บ้าง หากภาพใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของภูมิใจไทยไปแล้ว โอกาสที่จะเคลมเป็นความสำเร็จของตัวเองก็ลำบาก ประเด็นที่ว่าอาจจะเกิดการสะดุดขาตัวเองนั้น บทเรียนจากความล้มเหลวของรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจมีให้เห็น การวางแผนเพื่อยึดกุมอำนาจอยู่กันแบบยาวๆ ไม่ได้ทำโดยฝ่ายการเมืองเพียงลำพัง หากแต่เป็นเรื่องของ การสุมหัวของทุกเครือข่ายอนุรักษ์นิยม เรื่องนี้พรรคสีส้มรู้ดีที่สุด ตั้งแต่ไปทำเอ็มโอเอและยกมือหนุนอนุทินเป็นนายกฯ แล้ว

อรชุน

Back to top button