‘ฟันด์โฟลว์’ ถอนสมอไหม?

นับจากต้นปี 2569 มาจนถึงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เราจะพบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนก.พ. 69 ถึงต้นเดือนมี.ค.


นับจากต้นปี 2569 มาจนถึงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เราจะพบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนก.พ. 69 ถึงต้นเดือนมี.ค.ที่มียอดซื้อรวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท

ปรากฏว่า นับจากวันที่ 5 มี.ค.เป็นต้นมานั้น ต่างชาติกลับขายหุ้นไทยมาต่อเนื่อง หรือ 5 วัน (ทำการ) ติดต่อกัน

มูลค่าการขายรวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

ทำให้มูลค่าซื้อสุทธิของต่างชาติคงเหลือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท

คำถามที่ตามมาจากนักลงทุน คือ แรงซื้อของฟันด์โฟลว์ยุติลงแล้วหรือยัง? หากยัง… แล้วมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยต่อหรือไม่

จากข้อมูลที่ได้รับพบว่า หลังจากสถานกาณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ลดความรุนแรง

ในทางกลับกันกลับยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันดิบ ทำให้ต่างชาติจำเป็นต้องลดความเสี่ยงในสินทรัพย์เสี่ยง (สูง)

โดยจะพบว่า ต่างชาติไม่ได้ขายเฉพาะในตลาดหุ้นไทยเท่านั้น

ทว่า ยังขายในตลาดหุ้นภูมิภาคทุกแห่ง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฯลฯ

ส่วนของหุ้นไทยที่ต่างชาติในการขายค่อนข้างมากในช่วง 5-6 วันที่ผ่านมานั้น เพราะว่า นับจากต้นปี 69 ต่างชาติได้ซื้อหุ้นไทย เกือบจะมากที่สุดในภูมิภาค

หุ้นกลุ่มที่ต่างชาติขายในตลาดหุ้นไทย เมื่อดูจาก NVDR และหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ที่ปรับลงแรง น่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมัน

โดยกลุ่มน้ำมันคือหุ้นที่ต่างชาติเข้ามาสะสมต่อเนื่อง อย่าง บมจ.ปตท.หรือ PTT ที่ราคาหุ้นพุ่งจาก 31-32 บาท แล้วมาอยู่ที่ 37-38 บาท ในช่วงเวลาไม่กี่วัน เกิดจากที่ต่างชาติเข้ามาไล่ซื้อนั่นแหละ

ส่วนหุ้นในกลุ่มอื่นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วต่างชาติพอที่จะมีกำไร อาจจะถือโอกาสขายทำกำไรออกมาบ้าง

ทำให้มีคำแนะนำจากนักวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นที่ต่างชาติเข้ามาซื้อก่อนหน้านี้ หากจะมีการเข้าไปเก็บหรือ “รับของ” จากต่างชาติ อาจจะต้องระวังพอสมควร

นี่ยังดีที่ว่า มีนักลงทุนสถาบัน หรือ “กองทุน” ได้ปรับโพสิชั่น ด้วยการเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยเช้ามาช่วยประคองไว้

นักลงทุนสถาบันได้เข้ามาเก็บหุ้นไทยต่อเนื่องนับจากวันที่ 5 มี.ค.เป็นต้นมา และทำให้ดัชนีหุ้นไทยไม่ได้ปรับลงมาหนักมากจากการเทขายของต่างชาติ

5 ม.ค. สถาบันซื้อสุทธิ 2,245 ล้านบาท

6 มี.ค.สถาบันซื้อสุทธิ 2,865 ล้านบาท

9 มี.ค.พลิกกลับมาขาย 1,939 ล้านบาท

10 มี.ค.กลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง 4,073 ล้านบาท

และวานนี้ 11 มี.ค.สถาบันยังซื้อสุทธิอีก 2,389 ล้านบาท

นั่นทำให้ดัชนีฯ ยังคงยืนเหนือระดับ 1,400 จุดได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง

อาจจะมีคำถามต่อว่า แล้วต่างชาติที่ขายหุ้นไทย เขานำเงินไปไว้ตรงไหน

คำตอบคือ มีการนำเงินลงทุนหรือซื้อ ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะสังเกตได้จากค่าเงินดอลล์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และเงินบาทส่วนจะนำไปไว้ในสินทรัพย์เสี่ยง (ต่ำ) เช่น บอนด์ และทองคำ

นักวิเคราะห์ต่างมองว่า ฟันด์โฟลว์น่าจะยังไม่ขาย หรือทิ้งหุ้นไทยไปเสียเลยทีเดียว

ซึ่งน่าจะเป็นการปรับพอร์ตชั่วคราวเท่านั้น เพื่อรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเมื่อมีความชัดเจน น่าจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยต่ออีก

พร้อมกับยังมีความคาดหวังจากกรณี MSCI จะลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียที่จะทำให้มีเม็ดเงินไหลออกมามากกว่า 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 3 แสนล้านบาท

และส่วนหนึ่งถึงอย่างไรก็ต้องเข้าตลาดหุ้นไทยแน่ ๆ ในเดือนพ.ค.นี้

Back to top button