พาราสาวะถี

การพบปะกันเป็นทางการครั้งที่ 2 ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคสีแดง นำทีมไปหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงพรรคสีน้ำเงิน


การพบปะกันเป็นทางการครั้งที่ 2 ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคสีแดง นำทีมไปหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงพรรคสีน้ำเงิน เป็นการคุยกันให้ชัดถึงตัวบุคคลที่จะส่งชื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี รวมไปถึงรายชื่อของคนที่จะเสนอชื่อให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ในส่วนของพรรคนายใหญ่ จากเดิมที่วางตัว มนพร เจริญศรี ไว้ แต่ได้มีการเปลี่ยนตัวมาเป็น เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ในฐานะรองหัวหน้า ถือเป็นบุคคลที่มีความคุ้นเคยกับคนพรรคแกนนำเป็นอย่างดี

ส่วนรายของ พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร ของเพื่อไทย มีการปรับจากที่มีชื่อเป็นรองประธานสภาฯ ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นการตอบแทน ในฐานะบ้านใหญ่สกลนครที่นำพาพรรคชนะเลือกตั้งมา 2 ที่นั่ง และภรรยาก็เป็นนายก อบจ.ที่นั่นด้วย ขณะเดียวกันยังมีเรื่องสายสัมพันธ์อันดีกับอดีตแกนหลักของหัวขบวนเผด็จการ คสช.ก่อนหน้านั้น ถึงขั้นเป็นทางผ่านของการวางงานเพื่อดูแลแกนหลักของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองบางรายเลยทีเดียว

ทั้งนี้ พรรคสีน้ำเงินคงต้องตรวจสอบคุณสมบัติกันเข้ม เพราะเกรงว่าจะถูกขุดคุ้ยแล้วย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลในภายหลัง แน่นอนว่า กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลหนู 2 นั้น จำเป็นที่จะต้องเคร่งครัด รอบคอบมากกว่าคราวของรัฐบาลเพื่อไทย รวมทั้งรัฐบาลอายุสั้น แม้จะมีแบ็กอัพระดับเทพ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นภาระที่จะกระทบไปต่อความเชื่อถือเชื่อมั่นขององค์กรที่จะต้องตัดสิน อะไรที่สุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน

การเดินทางไปพรรคภูมิใจไทยที่เปลี่ยนตัวแกนนำติดตามมาเป็น สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กับ ชูศักดิ์ ศิรินิล เพื่อลดทอนการถูกจับจ้องจากสื่อ ขณะเดียวกัน มองได้ว่านี่เป็นสัญญาณของการวางทางถอย สำหรับบางรายชื่อที่มีข่าวว่าพรรคสีน้ำเงินไม่ปลื้ม เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค อาจต้องรับบทผู้เสียสละตาม สมศักดิ์ เทพสุทิน ไปอีกราย แต่พรรคนายใหญ่คงไม่ถอยมากไปกว่านี้ แม้จะยังมีชื่อของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อีกรายที่เป็นเป้าหมายตีกลับจากพรรคแกนนำรัฐบาล

รายหลังในมิติทางการเมืองพรรคแกนนำย่อมรู้ดีว่า คนที่เป็นหัวใจสำคัญของพรรคในการขับเคลื่อนงานการเมืองของพรรค การดูแล สส.และสมาชิกพรรค จำเป็นที่จะต้องมีหัวโขนของอำนาจฝ่ายบริหาร เมื่อไม่มีข้อติดขัดที่เกี่ยวข้องคุณสมบัติ ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องมาเตะตัดขากัน หากยังยืนกรานนั่นจะเป็นการฉายภาพของความพยายามที่จะบั่นทอน สร้างความเสียหายให้กับพรรคร่วมรัฐบาลอันดับรอง ซึ่งไม่น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ที่สั่งให้มีการจับมือกันตั้งรัฐบาล

สภาพปัญหาของแต่ละพรรคต่างรู้ดีว่า ยังไงเสียต้องปูนบำเหน็จให้กับนายทุนและบ้านใหญ่ที่สนับสนุนพรรคอย่างแข็งขัน การดันทุรังเพื่อหวังแค่ความสะใจไม่น่าจะเกิดประโยชน์ จะว่าไปความเป็นนักการเมืองรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ย่อมรู้ดีว่า คนแบบไหน พรรคการเมืองแบบใดที่เหมาะสมจะร่วมงานกันมากที่สุด มิเช่นนั้น คงไม่เกิดการหักดิบจากที่หวานชื่นกันคราวตั้งรัฐบาลอายุสั้น เป็นไม่พูดถึงกันระหว่างอนุทิน กับ ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ยิ่งใหญ่จากกล้าธรรม

สัจธรรมการเมืองว่าด้วยไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ยังคงใช้ได้เสมอ เหมือนที่ธรรมนัสพูดเป็นนัยตนไม่ได้เป็นรัฐมนตรีหนนี้ แต่คงไม่นานแล้วจะกลับมา ด้านหนึ่งอาจเป็นการวางฟอร์มกลัวเสียหน้า แต่อีกด้านอย่าลืมว่า ด้วยความที่เป็นผู้ซึ่งกล้าได้กล้าเสียทางการเมือง ย่อมมองเห็นความไม่ปกติของการเกิดรัฐบาลหนนี้ และมีช่องทางที่จะทำให้ตัวเองนำพาพรรคใต้สังกัดกลับมาร่วมขบวนแห่งอำนาจได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น กับการเมืองที่ควบคุมโดยกลไกของเผด็จการสืบทอดอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่คว้าชัยชนะถล่มทลาย ทำให้บางเรื่องกุนซือและระดับหัวขบวนของพรรค จำเป็นที่ต้องปฏิเสธความต้องการของอำนาจที่หนุนหลังเหมือนกัน เช่นเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากปรากฏชื่อ บิ๊กด. ที่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา ถึงคนที่อยู่ในข่าย เด็กในคาถามาสายของใครบ้าง สุดท้ายก็เคาะกันที่ “บิ๊กดุลย์” พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะขยับจากรัฐมนตรีช่วยกุมบังเหียนว่าการดูแลกองทัพกันตามความประสงค์ของพรรคสีน้ำเงิน

นั่นเป็นเพราะ ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่โกยคะแนนได้มาจากการชูกระแสชาตินิยม โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนที่คนของพรรคสีน้ำเงินกวาดเก้าอี้ สส.เป็นกอบเป็นกำ และคนที่มีส่วนสำคัญที่ช่วยชูภาพนี้ได้ชัดย่อมหนีไม่พ้นบิ๊กดุลย์ ด้วยความที่เป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลงานในพื้นที่ชายแดนมาตลอด ประกอบกับ สายสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนเตรียมทหาร 26 ของ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลอากาศเอกเสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผนวกกับความเป็น เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.ของอนุทิน จึงแทบจะการันตีแล้วว่าเก้าอี้ตัวนี้ไม่น่าจะมีการพลิกโผ

สรุปรายชื่อครม.หนู 2 อนุทินใช้สิทธิโควตารัฐมนตรีสัดส่วนของนายกฯ ทั้ง 5 ที่นั่งคือ บิ๊กดุลย์ พร้อมด้วย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตรงนี้เป็นไปที่เสี่ยหนูตกปากรับคำกับพลังสนับสนุนมาทั้งหมด ส่วนการจัดสรรตำแหน่งให้กับบรรดาบ้านใหญ่ และกลุ่มการเมืองที่มาสวามิภักดิ์ทั้งหลายไร้ปัญหา เพราะ พรรคสีน้ำเงินมีข้อตกลงที่ยึดถือกันมาตั้งแต่คราวตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร แล้ว เรียงลำดับจากความภักดี การให้ใจอยู่ด้วยกันมานาน ผลงานการเลือกตั้งในพื้นที่ กระสุน และสรรพกำลังที่ช่วยสนับสนุน ดูแลกันลงตัวย่อมไร้แรงกระเพื่อม

อรชุน

Back to top button