
พาราสาวะถี
ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กับการมีรัฐบาลอำนาจเต็ม เคยบอกไว้ว่ายังไงเสียก็จะไม่เกินสงกรานต์ที่จะถึงนี้
ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กับการมีรัฐบาลอำนาจเต็ม เคยบอกไว้ว่ายังไงเสียก็จะไม่เกินสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ด้วยความที่มีสารพัดปัญหารุมเร้า แม้จะมีรัฐบาลรักษาการแต่การตัดสินใจต่าง ๆ บางเรื่องต้องไปขอความเห็นชอบจาก กกต.ก่อน มันจึงทำให้กลไกบริหารบ้านเมืองไม่ราบรื่น เรียบร้อย และรวดเร็ว เป็นไปตามที่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังได้รับโปรดเกล้าฯ พร้อมรองประธานทั้งสองคนเมื่อวานนี้ จะมีการออกระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมนี้
ไทม์ไลน์เป็นไปตามนี้ คงจะได้เห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล อย่างเร็วที่สุดปลายเดือนนี้ ในเมื่อตัวบุคคลไม่ได้มีปัญหาที่เข้ามาเพิ่มเติมก็คือในส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กที่จัดสรรเก้าอี้ให้ตามโควตา โครงหลักยังเป็นรัฐมนตรีชุดเดิม จึงทำให้ความต่อเนื่องในการทำงานยังคงมีอยู่ ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะความเป็นรัฐบาลอำนาจเต็ม ดังนั้น สารพัดปัญหา โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันและราคาสินค้า รัฐบาลใหม่จะเล่นบทตีกรรเชียงไม่ได้อีก
แรงกระเพื่อมว่าด้วยน้ำมันนั้น เห็นภาพชัดเวลานี้ แทบทุกปั๊มคนแห่แหนไปเข้าคิวเติมกันแน่นเอี๊ยด หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ นานวันมันจะกลายเป็นความโกลาหล คงไม่มองไปถึงจะเกิดจลาจล เพราะยังเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลรักษาการจะยังคงบริหารจัดการได้อยู่ ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคลของรัฐมนตรีในรัฐบาลที่รู้ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร เรื่องการขนส่งที่ยกมาเป็นข้ออ้าง หากปริมาณน้ำมันไม่มี ปัญหาการจัดการกรณีนี้น่าจะไม่ยากเย็น
เว้นเสียแต่ว่าปริมาณการใช้น้ำมันหน้าปั๊มมันผิดปกติ พิจารณาแล้วไม่น่าจะเกิดจากความตระหนกตกใจของประชาชน ที่เกรงว่าน้ำมันจะไม่มีเติมจึงพากันไปเติมจนน้ำมันหมดปั๊ม เพราะปริมาณการใช้คำนวณจากรถยนต์ที่มีอยู่ตามท้องถนน บวกกับมาตรการไม่ให้ปั๊มเติมใส่ภาชนะอื่น ยังไงเสียก็ไม่น่าจะทำให้น้ำมันขาดช่วง ปัญหาใหญ่คงอยู่ที่ ภาคอุตสาหกรรมที่ไปแย่งเติมน้ำมันในภาคของประชาชน ด้วยต่างหาก ตรงนี้รัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงให้ชัด ไม่มีการบิดเบือน
อีกประการที่ต้องยืนยันให้กระจ่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการกักตุนใช่หรือไม่ อย่างที่บอกว่าความต้องการใช้ของประชาชน ปัญหาการขนส่ง สองเรื่องนี้ไม่น่าจะกระทบต่อการขายหน้าปั๊ม ถ้ามองเห็นความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศ ต้องไม่ให้มีการทำงานในลักษณะลูบหน้าปะจมูก ต้นทุนของการเข้าสู่อำนาจที่สูงลิ่ว ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิกฤตเช่นนี้ในการกอบโกย ยังมีเวลาเหลืออีกบานเบอะกับการที่จะถอนทุน ยิ่งเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยแล้ว ทางเดินข้างหน้าแทบจะเรียกได้ว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบชัด ๆ
ไม่พูดถึงประเด็นสายตรงอนุรักษ์นิยม พลังสนับสนุนอันวิเศษ เอาแค่เสียงในสภาอย่างเดียว มองผ่านเสียงโหวตเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ที่ผ่านมา เห็นกันอยู่ว่าเสียงของฝ่ายค้านที่แท้จริงนั้น คงมีแต่ สส.ของพรรคประชาชนเท่านั้น ที่เหลือเหมือนเป็นไปตามที่หลายคนมองตรงกัน ล้วนแต่เป็นพวกที่รอร่วมรัฐบาล หรือไม่ร่วมแต่ก็รอเพื่อที่จะได้รับการดูแล แลกกับเสียงสนับสนุนในทุกจังหวะสำคัญที่รัฐบาลต้องการมือเห็นชอบ หรือแม้แต่คะแนนที่งดออกเสียงก็ว่ากันว่ามีราคาไม่น้อยเหมือนกัน
สิ่งที่มาคู่กับปัญหาน้ำมันเวลานี้คงหนีไม่พ้นเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ที่พบว่า พวกฉวยโอกาสมีการขยับราคาขึ้นในบางชนิดสินค้า มากไปกว่านั้น พวกหน้าเลือดเริ่มที่จะมีการกักตุนเพื่อหวังกอบโกยกันบนความเดือดร้อนของประชาชน คงต้องรอดูมาตรการที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์จะชงให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในวันนี้ (17 มีนาคม) จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ขนาดไหน จะบังคับใช้ข้อกฎหมายได้จริง เด็ดขาด หรือเป็นเพียงแค่เสือกระดาษ
ขณะเดียวกัน การฟอร์มรัฐบาลใหม่ทีมเศรษฐกิจที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกรัฐบาล การมีศุภจี พร้อมด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นคนยืนค้ำสร้างความเชื่อมั่นมาตั้งแต่รัฐบาลอายุสั้นจนถึง ครม.รักษาการ คำถามที่ตามมาในภาวะวิกฤตพลังงานคงหนีไม่พ้น การวางตัว เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน จะมีศักยภาพมากพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นหรือไม่ ในฐานะที่เคยร่วมงานกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากรวมไทยสร้างชาติ ที่เคยคุมกระทรวงนี้มาก่อน จะเก็บเกี่ยวเอาแนวทางแก้ปัญหาที่เคยพูดถึงการไม่เอื้อกับกลุ่มผลประโยชน์ในธุรกิจทั้งหลายมาดำเนินการด้วยหรือไม่
จากความเป็นรัฐบาลอายุสั้น การเข้ามาแล้วเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสช่วยสร้างความนิยมได้ทันที ประกอบกับการมีปัญหาชายแดน ทำให้เรียกคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ แต่นั่นยังไม่ใช่จุดพิสูจน์ฝีมือในการทำงาน หลังจากทำคลอดรัฐบาลอำนาจเต็มแล้ว นี่แหละที่จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถที่แท้จริง คนละครึ่งพลัสภาคต่อจะดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่กระทบต่อเรื่องน้ำมัน และความกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นผู้นำรัฐบาลผู้โชคดี ที่ได้รับการอุ้มสมอย่างพร้อมสรรพจากทุกฝ่าย จึงไม่ใช่เรื่องน่าวิตกสำหรับความมั่นคงต่อเก้าอี้นายกฯ ปัญหาที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากภาวนาว่าไม่ให้มันลุกลามใหญ่โตไปกว่านี้ ครม.หนู 2 ยังมีเวลาที่จะบริหารจัดการ และเร่งสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏได้ มิหนำซ้ำ ยังโชคดีอีกชั้น เมื่อมองไปยังองคาพยพของฝ่ายค้าน ที่เดิมทีคิดว่าด้วยความช่ำชองของสองพรรคอย่างประชาชนกับประชาธิปัตย์ น่าจะสร้างความหนักใจในการทำงานของฝ่ายบริหาร ประกอบกล้าธรรมที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลน่าจะพกแรงแค้นมาเอาคืน แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นว่าน่าจะเป็นฝ่ายค้าน 3 ก๊กเสียมากกว่า
อรชุน