ดันแรง..ทุบแรง

ประเด็นที่ทำให้คนในแวดวงธุรกิจ และการลงทุนเริ่มไม่สบายใจก็คือ ราคาน้ำมันจะมีการปรับขึ้นแบบขั้นบันได โดยลิมิตไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร


ประเด็นที่ทำให้คนในแวดวงธุรกิจ และการลงทุนเริ่มไม่สบายใจก็คือ ราคาน้ำมันจะมีการปรับขึ้นแบบขั้นบันได โดยลิมิตไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร ทั้งที่ทุกวันนี้ใช้ในราคา 30 บาทต่อลิตรแบบนี้ “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า ต้นทุนในการทำธุรกิจสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 10% หรือไม่? คงต้องดูกันต่อไปเรื่อย ๆ เพราะบริษัทห้างร้านจะผลักภาระต้นทุนดังกล่าวไปให้ประชาชนเป็นคนแบกรับนะตัวเอง

สิ่งที่ต้องคิดถัดมาคือ แรงซื้อที่เข้ามาอย่างหนาแน่นวานนี้ จนดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,433.88 จุด บวกไป 28.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.12 หมื่นล้านบาท คือการปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศล้วน ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวแต่อย่างใด? อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนเผื่อใจกับการทิ้งตัวลงแรงไว้บ้างก็ดี เพราะในมุมของปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนะซี

งานนี้ไม่มีความจำเป็นต้องโลกสวยตลอดเวลา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้มันเป็นเรื่องมันนี่เกม จึงควรโอนอ่อนลู่ไปตามกระแส แถมสตอรี่เที่ยวนี้เทน้ำหนักไปที่ราคาน้ำมันเริ่มย่อตัว ผนวกกับกระแสหุ้นเทคฯ ถูกปลุกขึ้นมาอีกรอบ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินกระแสตรงนี้จะอยู่นานไหม? เพราะโมเมนตัมของดัชนีดาวโจนส์อยู่ในลักษณะไซด์เวย์ดาวน์มาหนึ่งเดือนแล้ว และที่เห็นพุ่งขึ้นแรง ก็เป็นแค่การรีบาวด์เท่านั้นนะจ๊ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น IVL ขึ้นมาทันที เพราะในมุมของนักเล่นบางกลุ่มมองหุ้นตัวนี้ได้ประโยชน์น้อยสุดเมื่อเทียบกับหุ้นปิโตรเคมีรายอื่น แต่วานนี้หุ้นกลับพุ่งแรงมาปิดที่ระดับ 22.30 บาท บวกไป 2.20 บาท หรือขึ้นไป 10.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.52 พันล้านบาท พร้อมกับเปิดแก๊ปกว้างไว้ตรงบริเวณ 20-21 บาทแบบนี้ .. ตามตำราเทคนิคเขาพูดว่า เดี๋ยวหุ้นต้องลงมาปิดแก๊ปที่เปิดไว้.. ทราบแล้วเปลี่ยน!

ส่วนในรายของหุ้น KCE กลายเป็นตัวจี๊ดที่เกาะแสหุ้นเทคฯ ขึ้นมาอย่างร้อนแรง ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 23 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 6% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.76 พันล้านบาท ก็ต้องบอกกันตามจริงว่า หุ้นตัวนี้ขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขาลุยจะเข้ามาตะลุมบอนอีกยก แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ นักวิเคราะห์ให้เป้าไว้แค่ 25 บาท อีฉันเลยสงสัยว่า หุ้นจะไปต่อไหม?

ในเมื่อต้องลุ้นขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น CPF เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดไปที่ระดับ 19.70 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 5.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 819 ล้านบาท คือการเด้งขึ้นอย่างร้อนแรงครั้งแรกนับตั้งแต่ที่หุ้นไหลลงมาเรื่อย ๆ อีฉันเลยไม่แน่ใจว่า แรงซื้อจะเข้ามาต่อเนื่องขนาดไหน? เพราะภาพที่เห็นคือนักเล่นมากันแป๊บเดียว ต่อจากนั้นก็หายหน้ากันไปหมดนะนนายจ๋า

เหมือนกับในรายของปูนใหญ่ SCC ที่วานนี้พุ่งขึ้นมาปิดไปที่ระดับ 183.50 บาท บวกไป 8.50 บาท หรือขึ้นไป 4.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.26 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักของการลงทุนทุกอย่าง เพราะมองในมุมของ PE 15 เท่า ก็เป็นระดับที่ลงทุนได้อยู่แล้ว หรือมองในมุมของ PBV ที่ระดับ 0.60 เท่า ก็เชื่อได้อย่างสนิทใจว่า นี่เป็นเซฟโซนของจริง!  ปัญหามีอยู่แค่ว่า เศรษฐกิจทั่วโลกเป็นแบบนี้ กำไรจะโตอย่างไร?..หากแก้โจทย์ตรงนี้ได้ ไปโลดเจ้าค่ะ

ปิดท้ายกันที่หุ้น OR เพื่อสอดรับกับสถานการณ์น้ำมันขึ้นกันดีกว่า เพราะมีรายได้จากปั๊มน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ แต่มีกำไรเยอะจากร้านกาแฟ “โมนิก้า” เลยอยากรู้ว่า การที่หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 11.70 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 707 ล้านบาท เกี่ยวข้องกับเรื่องกำไรจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการปล่อยลอยตัวน้ำมันจริงไหม?..ใครรู้ช่วยตอบทีเถอะค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button