
สังคมข่าวหุ้น
หุ้นไทยปิดลบ 2.01 จุด รับแรงกดดันเฟดฮอว์กิช ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,585.06 จุด ลดลง 2.01 จุด หรือ 0.13% มูลค่าซื้อขาย 6.81 หมื่นล้านบาท
หุ้นไทยปิดลบ 2.01 จุด รับแรงกดดันเฟดฮอว์กิช ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,585.06 จุด ลดลง 2.01 จุด หรือ 0.13% มูลค่าซื้อขาย 6.81 หมื่นล้านบาท บรรยากาศลงทุนแกว่งไซด์เวย์ หลังตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ในประเทศ แรงกดดันหลักมาจากท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงนาน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ Delta Electronics (Thailand) กดดันดัชนี โบรกฯ มองกรอบพรุ่งนี้ 1,575–1,595 จุด
สหรัฐฯ กับ อิหร่าน ลงนามเอ็มโอยู ทำสงครามคลี่คลาย แต่เป็นประเด็นที่ตลาดหุ้นพอจะรับรู้กันไปแล้ว ทำให้ดัชนีไม่ได้วิ่งแรงมากนัก ในทางกลับกัน อาจะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง รวมถึงแรงขายจากหุ้นในกลุ่มน้ำมันที่ได้รับผลเชิงลบ ส่วนเฟดที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569 นี้ เป็นเซนติเมนต์กับหุ้นกลุ่มธนาคารวิ่งกันคึก นำโดย KTB KBANK SCB BBL รวมถึงแบงก์เล็กอย่างทิสโก้ TISCO ด้วย
ASPS เตือนแรงขาย DELTA ทำ Window Dressing ปลายไตรมาส 2/2569 จากที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงที่กองทุนทั้งในและต่างประเทศปรับพอร์ตตามดัชนีต่าง ๆ ก่อนสิ้นไตรมาส โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ปรับตัวขึ้นมาแรงถึง 34% ตั้งแต่ต้นไตรมาส (QTD) ทำให้น้ำหนักของ DELTA ในดัชนี SET50 เพิ่มขึ้นจาก 10.00% เป็น 12.63% สถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า การที่หุ้นมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ (Capped Weight) มักจะทำให้เกิดแรงขายทำกำไรหรือ Window Dressing ในช่วงราว 1 สัปดาห์ก่อนสิ้นไตรมาส เช่นในช่วงก่อนสิ้นไตรมาส 4/2568 (ลดลง 9 บาท), 1/2569 (ลดลง 32 บาท)
บล.บียอนด์ (BYD), UBS และ KKP จับมือกับกลุ่มสหกรณ์พันธมิตร ตอกย้ำความมั่นใจนักลงทุนและ รักษาเสถียรภาพตลาด เตรียมเสนอขายหุ้น “การบินไทย” หรือ THAI หลังหมด Silent Period 4 สิงหาคมนี้ อีก 4.5 พันล้านหุ้น เน้นย้ำขายกองทุนต่างประเทศขนาดใหญ่ และสถาบันในประเทศเท่านั้น ไม่เทขายในกระดาน
หุ้น Domestic Play ได้อานิสงส์น้ำมันอ่อนตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัว เป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างที่ต้นทุนพลังงานสูง หุ้นที่ถูกพูดถึงมาก ได้แก่ GLOBAL, HMPRO และ SCC นักลงทุนเก็งกำไรจากแนวโน้มต้นทุนลดลงในครึ่งปีหลัง
หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ราคาทำท่าจะฟื้นตัวตามสถานการณ์ตะวันออกกลางทั้ง BH BDMS PR9 แต่เชื่อว่าราคาหุ้นทั้ง BH BDMS จะไม่วิ่งแรง ดัน พีอี เรโชพุ่งขึ้นไปถึง 25-30 เท่าเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะตลาดไม่ได้ให้ “พรีเมียม” กับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเหมือนก่อนแล้ว ดังนั้น BH พีอีอย่างมากน่าจะ 20 เท่านิด ๆ เช่นเดียวกับ BDMS คงไปได้ที่ระดับ พีอี 20 เท่านิด ๆ เช่นกัน ส่วน PR9 เหมือนจะมีอัพไซด์มากกว่าพีอีปัจจุบัน เพียง 16 เท่า ราคาที่ระดับ 17.50-18.00 บาท มีโอกาสวิ่งไปถึงในช่วงเวลาอันใกล้ แต่ต้องผ่านแนวต้านที่ 17.10 บาทไปให้ได้ก่อน
คาเฟอีน