ฝรั่งตีหัวเข้าบ้าน!

วานนี้หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ประเมินว่า หุ้นไทยน่าจะตอบรับในทางลบ


วานนี้หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ประเมินว่า หุ้นไทยน่าจะตอบรับในทางลบ เกิดแพนิก แล้วเทขายหุ้นกันออกมา จนดัชนีวูบลงต่อ

ปรากฏว่า เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ดัชนีย่อตัวลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสามารถปิดในแดนบวกต่อได้

สะท้อนว่า นักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักกับปัจจัยดังกล่าว

ทว่า น่าจะจับตาผลการเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันนี้ (19 มี.ค.) เป็นหลักมากกว่า ซึ่งหากทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี น่าจะทำให้หุ้นไทยรับผลเชิงบวก และวิ่งขึ้นต่อได้

แม่ดัชนีจะยังยืนในแดนบวก หรือเหนือ 1,400 จุดได้

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือ แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติหรือฟันด์โฟลว์ จะกลับมาจริงจังหรือยัง

อย่างวานนี้ ก่อนที่ตลาดหุ้นจะปิด ได้คาดว่า นักลงทุนสถาบัน หรือ “กองทุน” น่าจะเป็นฝ่ายขายสุทธิแน่ ๆ เพราะปกติ เมื่อมีปัจจัยลบที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ทางกองทุนจะเป็นฝ่ายขายนำออกมาก่อนเกือบทุกครั้ง

แต่วานนี้กลับผิดคาด เพราะกองทุนกลับ “ซื้อสุทธิ”

เข้าใจว่า น่าจะเป็นการซื้อเพื่อรอผลหรือรับข่าวเลือกนายกฯ ในวันนี้

ส่วนต่างชาติที่วานนี้คาดว่าจะซื้อต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะมีการขายออกมาค่อนข้างมากกว่า 1,572 ล้านบาท

สำหรับนักลงทุนต่างชาติมีการขายหุ้นไทยออกมาต่อเนื่อง 8 วันทำการ (5-16) รวมกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท

แล้วได้กลับมาซื้อสุทธิวันที่ 17 มี.ค.เป็นวันแรกในรอบ 7 วันกว่า 2,431 ล้านบาท

วานนี้ แม้ว่าสถานการณ์ที่อิหร่านจะเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีรายงานว่า เรือสามารถแล่นผ่านได้เพิ่มเป็น 9 ลำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลง ราคาทองคำลงมาต่ำกว่า 5 พันเหรียญ ตลาดหุ้นเอเชียต่างปิดในแดนบวก แต่ต่างชาติกลับขายสุทธิในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงของไทย

การขายของต่างชาติ น่าจะพอเป็นคำตอบได้ว่า พวกเขาเองยังไม่น่าจะมั่นใจในสถานการณ์ตะวันออกกลาง

จึงเลือกที่จะเข้าซื้อในช่วงที่เห็นว่า ราคาหุ้นนั้น ๆ ลงมาจน “น่าซื้อ”

และจะรีบขาย “ทำกำไร” ออกทันที

หรือ “เข้าเร็ว-ออกเร็ว” แบบ “ตีหัวเข้าบ้าน” นั่นแหละ

เชื่อว่า พฤติกรรมของฟันด์โฟลว์กับตลาดหุ้นเอเชียและไทย น่าจะในกลยุทธ์เข้าเร็วออกเร็ว แบบนี้ไปสักพัก จนกว่าจะมีความเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ที่อิหร่านจะเริ่มนิ่งแล้วจริง ๆ

ในเชิงกลยุทธ์ เท่าที่สำรวจมาจากนักวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ต่าง ๆ เหมือนให้เริ่มทยอยสะสมหุ้นรับผลบวกจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย

นัยฯ ว่าให้รีบเข้าเก็บก่อนต่างชาติจะเข้าเก็บ

เช่น ในกลุ่มปิโตรเคมี ท่องเที่ยว สายการบิน 

ส่วนกลุ่ม Domestic Play เป็นอีกคำแนะนำที่ให้เข้าซื้อเช่นกัน เพื่อรับกับรัฐบาลใหม่ ที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า

ส่วนหุ้นกลุ่มปันผล ยังสามารถทยอยซื้อได้เรื่อย ๆ หากราคาหุ้นย่อตัวลงมา

กลับมาที่เรื่องของฟันด์โฟลว์ ล่าสุดนับจากต้นปี มาจนถึงวานนี้ยังซื้อสุทธิหุ้นไทยอยู่ 21,006 ล้านบาท หลังเคยซื้อสะสมนับจากกลางเดือนก.พ.ถึงต้นเดือนมี.ค. 69 เกือบ 6 หมื่นล้านบาท

แม้ว่าแรงขายของต่างชาติจะเหลือไม่น่าจะมากนัก

แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณแรงซื้อกลับต่อเนื่อง

ฝรั่งคงดักตีหัวเข้าบ้านแบบนี้ไปก่อนมั้ง

Back to top button