
2 ผู้เฒ่าน่ารังเกียจ
คนเฒ่า 2 คน คือโดนัลด์ ทรัมป์ และเนทันยาฮู ยังคงสนุกสนานอยู่กับเกมสงคราม ที่สร้างความเดือดร้อนและยังความเบื่อหน่ายแก่คนทั้งโลก
คนเฒ่า 2 คน คือโดนัลด์ ทรัมป์ และเนทันยาฮู ยังคงสนุกสนานอยู่กับเกมสงคราม ที่สร้างความเดือดร้อนและยังความเบื่อหน่ายแก่คนทั้งโลก ชาย 2 คนนี้ คือผู้เฒ่าน่ารังเกียจที่สุดของโลกก็ว่าได้
ประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ต่างได้รับผลกระทบหมด ทั้งภาวการณ์ขาดแคลนและราคาพลัง
งานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
สำหรับประเทศไทยเรา ประเทศที่ติดกับดัก “เศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุด” ก็น่าเป็นห่วงว่าจะประสบอาการร้ายทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “สแตกเฟลชัน (Stagflation)”
นั่นคือ ภาวะเงินเฟ้อที่สินค้าและบริการมีราคาแพงในห้วงเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะแก้ไขได้ยากยิ่งกว่าเงินเฟ้อในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว
สงครามขีปนาวุธยังคงดำเนินต่อไป นี่ก็ 3 สัปดาห์กำลังจะผ่านพ้นแล้ว ไม่สมกับราคาคุยก้องโลกของผู้เฒ่าทรัมป์ ที่ประกาศจะเผด็จศึกอิหร่านราบคาบโดยเร็ว ไม่มียืดเยื้อ
ทรัมป์ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการชักชวนพันธมิตรทั้งนาโต้ ชาติในอียูรวมทั้งมหาอำนาจยุโรปเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และพันธมิตรใกล้ชิดในเอเชียเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ให้ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ไม่มีใครเห็นด้วยกับผู้เฒ่าทรัมป์สักชาติเดียว นายกรัฐมนตรีหญิงของอิตาลีถึงกับระบุด้วยว่า การบุกอิหร่านโดยใช้กำลัง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทรัมป์แทนจะสำนึก กลับฟาดงวงฟาดงาพร้อมกับลำเลิกบุญคุณชาติพันธมิตร ที่สหรัฐฯ ช่วยคุ้มครองช่องแคบฯ ให้ชาติผู้บริโภคน้ำมันมาช้านาน
แต่กลับไม่สำนึกบุญคุณเอาเสียเลย!
ทรัมป์เสียหน้าอย่างหนักกรณีที่โจ แคนดี ผู้บริหารระดับสูงด้านความมั่นคงที่ทรัมป์แต่งตั้งด้วยตนเองมากับมือ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ
โจให้เหตุผลว่า อิหร่านมิได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อสหรัฐฯ ดั่งที่ทรัมป์กล่าวอ้างแต่ประการใด การที่สหรัฐฯ เปิดฉากสงครามคราวนี้ก็เพราะแรงกดดันจากอิสราเอล และการล็อบบี้ของอิสราเอล
นี่ก็ทำให้นึกถึง การส่งกำลังทหารบุกยึดอิรักสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ความต่อมา ปรากฏว่า รายงานหรือบทวิเคราะห์จากทางการสหรัฐฯ เรื่องอิรักสะสมอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก และเป็นภัยร้ายแรงใกล้ตัวสหรัฐฯ เป็นรายงานความเท็จโดยสิ้นเชิง
เพราะอิรัก ไม่มีขีปนาวุธร้ายแรงดังภาพวาดระบายสีจากผู้นำสหรัฐฯ แต่อย่างใดเลย แทบจะไม่มีการต่อสู้จากกองทัพอิรักแต่อย่างใดด้วยซ้ำ สหรัฐฯ เข้าตีแบกแดดอย่างง่ายดาย และใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการเผด็จศึก
ผู้นำอิหร่านยุคนั้นคือซัดดัม ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเอาตัวรอด แต่ก็ไม่รอด ถูกจับตัวได้จากที่ซ่อนในอุโมงค์ใต้ดิน เนื้อตัวมอมแมม เป็นที่น่าสมเพชเวทนาอย่างยิ่ง
โดนัลด์ ทรัมป์ และเนทันยาฮู คือ 2 ผู้เฒ่าอันตรายที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง