พาราสาวะถี

ยอมรับเองจากปากของ อนุทิน ชาญวีรกูล ส่งรายชื่อรัฐมนตรีร่วม ครม.หนู 2 ตรวจสอบคุณสมบัติกันครบหมดแล้ว


ยอมรับเองจากปากของ อนุทิน ชาญวีรกูล ส่งรายชื่อรัฐมนตรีร่วม ครม.หนู 2 ตรวจสอบคุณสมบัติกันครบหมดแล้ว แน่นอนว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย กระทรวงต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นคนหน้าเดิม มีเพียงการโยก ทรงศักดิ์ ทองศรี ที่อยู่โยงเฝ้ากระทรวงมหาดไทยในฐานะรัฐมนตรีช่วยมา 4 รัฐบาล ขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องน้ำและยาเสพติด และ 2 เก้าอี้ต่างตอบแทนจากการยกลูกทีมมาซบอกพรรคสีน้ำเงินคือ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ วราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

น่าสนใจคือ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีรัฐมนตรีช่วย ด้วยเหตุผลว่าไม่ต้องการตั้งฝ่ายการเมืองเข้าไปจุ้นจ้าน สร้างปัญหาให้กับรัฐมนตรีที่มาในนามโควตาของอนุทิน ขณะที่ผู้ยิ่งใหญ่ในพรรคของจริงอย่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ ก็แสดงพลังให้เห็น เพราะทั้งลูกและหลานสุดที่รักต่างได้นั่งรัฐมนตรีสมใจ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย

ส่วนบ้านใหญ่สำคัญในภาคอีสานที่อยู่กับพรรคมาตั้งแต่ต้นอย่าง สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ ก็ได้รับการปูนบำเหน็จให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ด้านสองรัฐมนตรีจากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ที่ดูแลด้านความมั่นคงและยุติธรรมได้ไปต่อ โดย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขึ้นชั้นว่าการกระทรวงกลาโหม พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ นั่งว่าการยุติธรรมเหมือนเดิม ผลจากคดีที่ดินเขากระโดงที่ดีเอสไอถอดจากคดีพิเศษถือว่าเข้าตาแบบเต็ม ๆ

กระทรวงที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของนายทุนและบ้านใหญ่อย่างแท้จริงคงหนีไม่พ้นคมนาคม ซึ่ง พิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนั่งควบรองนายกฯ และกุมบังเหียนกระทรวงหูกวางเหมือนเดิม โดยมีรัฐมนตรีช่วยจากบ้านใหญ่ 3 จังหวัด 3 ภาคคือ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และ สรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา เรียกได้ว่าเป็นการกระจายเก้าอี้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องกลุ่มก๊วนภายในพรรคได้เป็นอย่างดี นี่แหละผลดีของความเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลมีเส้น และแบ็กอัพขั้นเทพ เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงไม่มีใครกล้าหือ

ฟากเพื่อไทยแม้จะมีข่าวกระเส็นกระสายเรื่องความไม่พอใจของ สส.บางกลุ่มภายในพรรค แต่ด้วยภาคบังคับของสถานการณ์ที่จะต้องเดินกันแบบนี้ พวกที่อยากมีตำแหน่งแห่งหนจำเป็นต้องทำใจยอมรับ โดยยังไม่ถึงขั้นที่จะมองหาที่หมายใหม่ เนื่องจากมีการเรียกไปเคลียร์ไปคุยกันจบแล้ว สำหรับผู้มีอำนาจที่ถือเป็นมือไม้แทนนายใหญ่คนสำคัญ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องลุ้นเรื่องคุณสมบัติของ 2 รัฐมนตรีระดับว่าการที่เสนอไปตรวจสอบคุณสมบัติคือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง กับ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

โดยรายแรกมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่ ติดปัญหาคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตในชั้น ป.ป.ช. ส่วนรายหลังมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพิ่งมีคดีที่ดีเอสไอเรียกเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนกรณีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ถ้าถูกตีกลับจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ ซึ่งมีข่าวว่าทางเพื่อไทยได้เตรียมชื่อสำรองไว้แล้ว

ตามรายงานข่าวมีการตรวจสอบกันเบื้องต้นจะเป็นบุคคลที่ไม่มีเรื่องคดีใดติดตัว สามารถกรอกเอกสารสอบประวัติส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติได้ทันที กรณีที่สองรายชื่อดังว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วเพราะอนุทินได้ย้ำกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดว่า จะต้องเร่งตั้งรัฐบาลอำนาจเต็ม เพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องน้ำมันและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ที่น่าสนใจสำหรับพรรคสีแดง คงเป็นเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 ตำแหน่งมากกว่า 2 ใน 3 เป็นตัวแทนของขาใหญ่จากภาคเหนือกับอีสานคือ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ลูกสาวของ ยงยุทธ ติยะไพรัช และ วัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี ทายาทของ วิเชียร ขาวขำ อดีต สส.หลายสมัย และอดีตแกนนำคนเสื้อแดงที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย ทั้งคู่ถูกวางตัวให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อีกรายคือ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี เขต 1 ตัวแทนจากภาคกลาง จะนั่งรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ ถือเป็น สส.ดาวรุ่งมาแรง เป็นคนที่ยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทย ทั้งที่การเลือกตั้งหนนี้ถือเป็นความท้าทายภายใต้สถานการณ์ที่เป็นรองทางการเมือง แต่เจ้าตัวก็สามารถฟันฝ่า ปักธงเป็น สส.เขตสำคัญของเมืองกาญจน์ที่ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้  มิหนำซ้ำ ยังมีแรงหนุนจากเพื่อนสนิทอย่าง “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ อาจเรียกได้ว่า มีลมใต้ปีกจากบ้านริมน้ำคอยเกื้อหนุน อยู่เหมือนกัน แต่ล่าสุด เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ได้กรอกประวัติ ถ้าเป็นจริงหมายความว่าโควตาส่วนนี้ยังไม่นิ่ง แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้

เมื่อพิจารณากระบวนการตั้งแต่การเลือกและตั้งประธานสภาฯ จนมาถึงนายกฯ ต้องบอกว่าเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดังนั้น กรณีของ ครม.หนู 2 จึงเป็นไปได้ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ก่อนสงกรานต์อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องทำตามแนวทางเพื่อให้มีอำนาจเต็มตามที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอ อาจจะถือเป็นรัฐบาลไร้รอยต่อเลยก็ว่าได้เพราะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ยังคงนั่งที่เดิม เพิ่มเติมคือไม่มีเรื่องของระยะเวลามาเป็นตัวบีบเหมือนรัฐบาลอายุสั้น ทว่าปัญหาที่รอการแก้ไขนั้นหนักหน่วงรุนแรงกว่า เฉพาะหน้าก็เรื่องน้ำมัน ปมการกักตุนเสี่ยหนูอุตส่าห์บอกไม่มีไอ้โม่งหน้าเลือด แต่กลับพบโกดังกักตุนกว่า 3 แสนลิตรที่อ่างทอง แบบนี้หมายความว่าไง หมายถึงหลายเรื่องที่คนเป็นผู้นำพูดมาความจริงมันตรงข้ามกันตลอดหรือไม่

อรชุน

Back to top button