
พาราสาวะถี
โผครม.หนู 2 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกตำแหน่งเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเพียงแค่เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเท่านั้น ที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไม่ได้ไปต่อ
โผครม.หนู 2 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกตำแหน่งเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเพียงแค่เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเท่านั้น ที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไม่ได้ไปต่อ โดยจะเป็น ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้ามารับตำแหน่งแทน ถ้ายึดตามเหตุผลจากแหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทยก็คือ บวรศักดิ์เป็นคนยกหูหา ไม่ขอไปต่อเอง แต่อีกด้านก็มีรายงานว่าเป็นเพราะ ไม่มีการทาบทามใด ๆ จึงทำให้เจ้าตัวต้องตัดสินใจแจ้งไปเช่นนั้น
มองความเป็นไปได้น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เนื่องจากการดึงบวรศักดิ์มาเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลอายุสั้นที่ผ่านมานั้น อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ยกหูเชื้อเชิญด้วยตัวเอง แต่หลังจากการเลือกตั้งชัดเจนว่าพรรคสีน้ำเงินจะได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ทว่ากลับไร้สัญญาณติดต่อใด ๆ นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวที่ออกมาว่าบวรศักดิ์เป็นฝ่ายแจ้งทางพรรคสีน้ำเงินเองว่าไม่ไปต่อ ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ทั้งคนที่ไม่ได้ไปต่อและคนใหม่ที่จะเข้ามาก็ถือเป็นมือไม้ทางกฎหมายที่เป็นสายตรงของอนุรักษ์นิยม นั่นเอง
ส่วนเก้าอี้ที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายว่าจะต้องมีหัวโขนเพิ่มเติมในตำแหน่งรองนายกฯ นั่นก็คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่จะนั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อความสมฐานะที่ไม่ใช่เพียงแค่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงนี่คือ ตัวแทนสายตรงของเครือข่ายตระกูลชินวัตร แม้เจ้าตัวจะยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้เป็นผู้สืบทอดทายาทการเมืองของใคร เข้ามาเล่นการเมืองเพราะตั้งใจจะใช้ความรู้ ความสามารถมาสร้างประโยชน์ ต้องติดตามบทบาทในการทำงานกันต่อไป
เป็นอันว่าในส่วนของพรรคสีแดงนั้น ได้คุมกระทรวงด้านสังคมเป็นหลัก จะมีกระทรวงใหญ่ที่เกี่ยวพันกับมิติทางด้านเศรษฐกิจคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งการวางตัว สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามากุมบังเหียน ย่อมแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการสอดประสานการใช้ศักยภาพความเป็นผู้บริหาร และการดูแลมิติการเมืองเข้ามาเป็นตัวชี้วัด โดยสองทายาทของนักการเมือง 2 ภาคทั้งภาคเหนือและอีสาน เหมือนสัญลักษณ์ของตัวแทนที่จะใช้ผลงานเชื่อมต่อไปยัง การเรียกคืนความเชื่อมั่นจากฐานเสียงสำคัญของพรรคในอนาคต นั่นเอง
ส่วนรายของ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.เขต 1 กาญจนบุรี ที่เดิมทีมีข่าวว่าเจ้าตัวยังไม่ได้กรอกประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัตินั้น เป็นเพียงการให้สัมภาษณ์เชิงมารยาทเท่านั้น เพราะด้วยคุณสมบัติส่วนตัว และ พลังที่สนับสนุนถือว่าเหมาะสมสำหรับโควตารัฐมนตรีของ สส.เพื่อไทยสัดส่วนภาคกลาง แล้ว ขณะที่ข่าวเรื่องความไม่พอใจของ สส.พรรคนายใหญ่ต่อรายชื่อรัฐมนตรีหนนี้ ถือเป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่มีการตั้งรัฐบาล สุดท้ายเมื่อได้แลกเปลี่ยน รับฟังเหตุผล เงื่อนไข และผลประโยชน์ที่พึงมีพึงได้แล้ว ทุกอย่างก็จะเงียบสงบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อาจเป็นเพราะหลังการตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อไทยไม่ได้อยู่ในโหมดของรัฐมนตรีที่ต้องรับเผือกร้อนอย่างสถานการณ์น้ำมันและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค จึงทำให้มีเวลาในการจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ารับตำแหน่งอย่างเต็มที่ ผิดกับรัฐมนตรีหน้าเดิมจากพรรคสีน้ำเงินไล่ตั้งแต่อนุทินไปจนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นรัฐบาลอำนาจเต็มที่ใช้อำนาจต่อเนื่อง เพราะนั่งในตำแหน่งเดิมกันทั้งหมด เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไข ไม่มีจังหวะให้เกิดข้ออ้างว่าติดคอขวดช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ
เห็นกันอยู่ว่า จากเดิมที่รัฐบาลชี้เป้าถึงปัญหาขาดแคลนน้ำมันมาจากระบบการขนส่ง พร้อมยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงพอเหลือเฟือ แต่เมื่อมีการแก้ไขกันไปแล้ว ปัญหาก็ยังไม่หมดไป มิหนำซ้ำ ยังดูท่าว่าจะหนักหน่วงไม่หยุดหย่อน จนเกิดคำถามว่า แท้จริงแล้วการขาดแคลนน้ำมันเพราะการกักตุนหรือไม่ การปฏิเสธ โดยการแถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ยืนยันเพียงอย่างเดียวช่วยไม่ได้ ในทางปฏิบัติฝ่ายตรวจสอบก็ยังพบการกักตุนกันอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ระดับหมื่นลิตรไปจนถึงหลายแสนลิตร
ขณะเดียวกัน คำถามตัวโตคือน้ำมันหน้าปั๊ม ของสถานีน้ำมันทั่วประเทศจำนวนไม่น้อย ยังพบว่าสถานการณ์ไม่คลี่คลาย การเข้าคิวเพื่อเติมน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลยังยาวเหยียด และมีการจำกัดการเติม มากไปกว่านั้น ปั๊มเหล่านั้นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ามีปริมาณน้ำมันที่ส่งมาจากคลังเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เคยได้รับในช่วงปกติ นั่นจึงเป็นเหตุให้ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกิดปุจฉาว่า ทำไมน้ำมันยังไม่ออกจากคลัง
ล่าสุด ฟังเสียงจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือ ศบก.บอกในที่ประชุมให้รักษาข้อมูลในที่ประชุมทุกครั้ง โดยอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาการปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะการบิดเบือนข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการโยนความผิดไปตกที่เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง แม้แต่ประชาชนนับตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงาน จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่ถกกันเป็นวรรคเป็นเวร และบอกว่า 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลสั่งการเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันหน้าปั๊มไม่เพียงพอ ทั้งการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ การผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น และการเข้มงวดในการป้องกันการกักตุน ความจริงเกิดผลในทางปฏิบัติหรือไม่ สภาพที่เห็นกันอยู่ถือเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจน หรือที่ว่าฝ่ายกุมอำนาจพูดอะไรให้แทงสวนไว้ก่อนมันจะเป็นความจริง
อรชุน