‘โอเปกพลัส’ เพิ่มโควตาผลิตน้ำมัน (อีกครั้ง).!

การประชุมกลุ่ม OPEC+ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ที่ผ่านมา มีข้อตกลงกันว่า จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเล็กน้อยสำหรับเดือนมิ.ย.69


การประชุมกลุ่ม OPEC+ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ที่ผ่านมา มีข้อตกลงกันว่า จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเล็กน้อยสำหรับเดือนมิ.ย.69 การปรับเพิ่มขึ้นนี้จะยังอยู่แค่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ตราบใดที่สถานการณ์สงครามอิหร่านยังส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดยกลุ่ม OPEC+ ออกแถลงการณ์หลังการประชุมออนไลน์ว่า ประเทศสมาชิก OPEC+ 7 ประเทศ จะเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันช่วงเดือนมิถุนายน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ปริมาณการเพิ่มขึ้นนี้เท่ากับที่ตกลงกันไว้สำหรับเดือนพฤษภาคม หักออกด้วยส่วนแบ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งได้ออกจากกลุ่มวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

มีการประเมินกันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม OPEC+ พร้อมจะเพิ่มปริมาณการผลิตทันทีที่สงครามยุติลงและส่งสัญญาณว่า OPEC+ ยังดำเนินธุรกิจตามปกติแม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะออกจาก OPEC+ ไปแล้วก็ตาม

Jorge Leon นักวิเคราะห์จาก Rystad และอดีตเจ้าหน้าที่ OPEC ระบุว่า OPEC+ กำลังส่งข้อความสองชั้นไปยังตลาด ได้แก่ความต่อเนื่องแม้ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะออกจากกลุ่มและการควบคุม แม้ว่าผลกระทบทางกายภาพจะจำกัด

ขณะที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นในทางทฤษฎี ผลกระทบแท้จริงต่อปริมาณการผลิตทางกายภาพมีจำกัดมาก เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆของช่องแคบฮอร์มุซ

นี่จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าเพิ่มปริมาณกี่บาร์เรล แต่เป็นเการส่งสัญญาณว่า OPEC+ ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทาง..

สำหรับโควตาของซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของ OPEC+ จะเพิ่มขึ้นเป็น 10.291 ล้านบาร์เรลต่อวันช่วงเดือนมิถุนายน ภายใต้ข้อตกลงนี้ ถือว่าสูงกว่าปริมาณการผลิตจริงมาก ทั้งนี้ซาอุดีอาระเบีย รายงานปริมาณการผลิตจริงที่ 7.76 ล้านบาร์เรลต่อวันต่อ OPEC ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สมาชิกทั้ง 7 ที่เข้าประชุมกัน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต แอลจีเรีย คาซัคสถาน รัสเซีย และโอมาน เมื่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถอนตัวออกไป OPEC+ จึงประกอบด้วยสมาชิก 21 ประเทศ รวมถึงอิหร่าน แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเพียง 7 ประเทศนี้บวกกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องโควตาการผลิตรายเดือน

สงครามอิหร่าน ที่เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และผลของการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดขึ้น ทำให้การส่งออกของสมาชิก OPEC+ อย่างซาอุดีอาระเบีย อิรักและคูเวต รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดลงอย่างมาก ก่อนเกิดความขัดแย้ง ประเทศผู้ผลิตเหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในกลุ่ม ที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้

อย่างไรก็ดีแม้ว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่ต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าที่ปริมาณการขนส่งจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ..!!?

Back to top button