‘สหรัฐ’สงบศึก‘อิหร่าน’ดันเม็ดเงินไหลเข้าหุ้น.!

สถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนโลกสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญต้องจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์การเงินอีกครั้ง


สถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนโลกสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญต้องจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์การเงินอีกครั้ง เมื่อสถิติเม็ดเงินไหลเข้า “กองทุนหุ้นทั่วโลก” เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 19 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะ Risk-on หรือการที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างเต็มตัว

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจุดชนวนให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยเข้าสู่ตลาดทุนครั้งนี้มาจากกระแสข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทั้ง 2 ประเทศร่วมลงนามข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราว 60 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสัญญาณบวกที่โลกเฝ้ารอคอย

ไฮไลต์สำคัญของข้อตกลงนี้ คือการเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือใน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่ถือเป็นช่องแคบยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันดิบสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การเปิดช่องแคบโดย “ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม” หลังจากที่เคยถูกปิดช่วงขัดแย้ง ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า จะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกจากราคาน้ำมันลงได้

แม้ท้ายที่สุด การเจรจาสันติภาพที่จัดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะล่มลงช่วงวันศุกร์ และถูกเลื่อนกำหนดการออกไป แต่ไม่ได้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตัวเลขจาก LSEG Lipper ระบุว่า มีเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนหุ้นโลกสูงถึง 55,220 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นการซื้อสุทธิรายสัปดาห์ที่มากสุด

เมื่อเจาะลึกรายภูมิภาค พบว่า “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” คือเป้าหมายหลักที่เนื้อหอมสุด โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง 38,370 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติสูงสุดรอบ 19 เดือนเช่นกัน ตามมาด้วยกองทุนหุ้นยุโรปที่ 10,660 ล้านดอลลาร์ และกองทุนหุ้นเอเชีย 3,920 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนยังเชื่อมั่นในเสถียรภาพของตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก

ในแง่กลุ่มอุตสาหกรรม “กองทุนหุ้นเทคโนโลยี” กลายเป็นพระเอกของสัปดาห์อย่างแท้จริง ด้วยตัวเลขเงินไหลเข้า 21,460 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 7 แสนล้านบาท สะท้อนว่ากระแสของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยังคงเป็น Megatrend ที่ดึงดูดเม็ดเงินได้หนาแน่น ขณะที่กลุ่มหุ้นอุตสาหกรรม (Industrial) โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีเงินไหลเข้ามากสุดนับตั้งแต่ต้นปี

ด้าน “กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก” ยังเดินหน้าบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน มีเงินไหลเข้าสุทธิ 17,170 ล้านดอลลาร์ นำโดย “หุ้นกู้เอกชน” ที่นักลงทุนมองว่าให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในภาวะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลง นอกจากนี้กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) พลิกกลับมาบวกแรงถึง 40,030 ล้านดอลลาร์

ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงและตราสารหนี้ฝั่งประเทศพัฒนาแล้วกำลังเติบโต “กองทุนทองคำ” และโลหะมีค่ากลับเผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยเม็ดเงินไหลออก 1,780 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทนี้ถูกลดความน่าสนใจลงเมื่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เริ่มมีทางออก เช่นเดียวกับ “กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่” (Emerging Markets) ที่ยังคงเผชิญแรงขายมาเป็นสัปดาห์ที่ 8

เม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุนหุ้นและตราสารหนี้ของตลาดเกิดใหม่รวมกว่า 3,100 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าในภาวะที่ตลาดผันผวน นักลงทุนเลือกที่จะนำเงินไปพักในสินทรัพย์ที่มั่นคงกว่า บทสรุปของปรากฏการณ์เงินไหลเข้าครั้งใหญ่นี้ จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับนักลงทุนทุกคน ว่าข่าวสารด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายระหว่างประเทศ มีผลต่อทิศทางของเม็ดเงินโลกอย่างรวดเร็ว

การติดตามสถิติ Fund Flow หรือการเคลื่อนย้ายของเงินทุนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของนักลงทุนรายใหญ่ แม้ความหวังเรื่องสัญญาสันติภาพ ยังต้องรอการพิสูจน์ในการเจรจารอบใหม่หลังจากนี้ แต่ปฏิกิริยาตลาดทุนสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า “โลกพร้อมจะทะยานไปข้าง หน้า” เสมอเมื่อมีทุกอย่างเริ่มชัดเจน..

Back to top button