TLI ครบสูตรหุ้น Defensive

งบไตรมาส 1/69 ของ “ไทยประกันชีวิต” หรือ TLI น่าสนใจตรงที่เป็นงบที่ทำให้ตลาดเริ่มกลับมามองหุ้นประกันชีวิตตัวนี้ใหม่อีกครั้ง


งบไตรมาส 1/69 ของ “ไทยประกันชีวิต” หรือ TLI น่าสนใจตรงที่เป็นงบที่ทำให้ตลาดเริ่มกลับมามองหุ้นประกันชีวิตตัวนี้ใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ TLI เป็นหุ้นที่หลายคนรู้สึกว่า “ดีแต่ไม่ตื่นเต้น”

กำไรสม่ำเสมอ ปันผลใช้ได้ ฐานะการเงินแข็งแรง

แต่ราคาหุ้นกลับเงียบเหงาอยู่พักใหญ่

ทว่าไตรมาสล่าสุด ตัวเลขที่ออกมาเหมือนส่งสัญญาณว่า “เครื่องเริ่มติด” กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,267 ล้านบาท เติบโต 21.8%ถ้าตัดรายการพิเศษออก กำไรหลักอยู่ที่ 3,249 ล้านบาท โต 18.1% ถือว่าเป็นการเติบโตที่ไม่ได้มาจากโชคช่วย

แต่โตจาก “โครงสร้างกำไร” ที่แข็งแรง

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับธุรกิจประกันชีวิต เพราะบริษัทประกันไม่ใช่ธุรกิจที่จะวัดกันแค่ “ขายได้เยอะ”

แต่ต้องดูว่า ขายแล้วกำไรดีไหม เคลมหนักหรือเปล่า ลงทุนได้ผลตอบแทนดีแค่ไหน และ TLI รอบนี้ เหมือนตอบถูกครบทุกข้อครับ

เครื่องยนต์ตัวแรกคือ “ธุรกิจประกันภัยหลัก” กำไรจากการรับประกันภัย หรือ Underwriting Profit อยู่ที่ 2,625 ล้านบาท โต 8.1% จุดที่น่าสนใจคือ ค่าเคลมสุขภาพเริ่มลดลง

ก่อนหน้านี้หลายบริษัทประกันเจอแรงกดดันจากค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งแรงหลังโควิด

แต่รอบนี้ TLI คุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น

อีกด้านหนึ่ง บริษัทเริ่มขายผลิตภัณฑ์ที่ “มาร์จิ้นดี” สะท้อนผ่านตัวเลข New Business Contractual Service Margin (CSM) ที่สูงถึง 2,678 ล้านบาท

CSM เป็นศัพท์ประกันที่ค่อนข้างฟังยากครับ หรือหากแปลภาษาชาวบ้านมันคือ “กำไรที่ล็อกไว้รอรับในอนาคต” อะไรประมาณนั้นนั่นแหละ

คือ ยิ่งมีมาก แปลว่าอนาคตมีกำไรรออยู่มาก

และนี่คือเครื่องยนต์ตัวที่สอง

CSM คงเหลือของ TLI ล่าสุดอยู่ที่ 92,198 ล้านบาท เปรียบเหมือน “โกดังเสบียง” ที่บริษัทจะค่อย ๆ เบิกออกมาเป็นกำไรในอนาคต ธุรกิจประกันชีวิตที่มี CSM ใหญ่ จะมีความนิ่งของกำไรสูงกว่าธุรกิจที่ต้องลุ้นยอดขายรายไตรมาส นักลงทุนสถาบันชอบจุดนี้ เพราะมองเห็น Visibility ของกำไร

ส่วนเครื่องยนต์ตัวที่สาม คือ “พอร์ตลงทุน”

กำไรจากการลงทุนโตถึง 92.6% สาเหตุหลักมาจากเงินลงทุนในหุ้นไทยที่ให้ปันผลดีขึ้น ตรงนี้สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้เก่งแค่ขายประกัน แต่ยังบริหาร “เงินกองโต” ได้มีประสิทธิภาพ

อย่าลืมว่าธุรกิจประกันชีวิตมีจุดแข็งสำคัญคือมี “Float” คือรับเงินเบี้ยเข้ามาก่อน แล้วนำเงินนั้นไปลงทุนต่อ ใครบริหารพอร์ตได้ดี กำไรก็จะโตได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากกำไรที่โต สิ่งที่น่าประทับใจอีกเรื่องคือฐานะการเงิน จาก CAR Ratio อยู่ที่ 463.3% ขณะที่เกณฑ์ขั้นต่ำของ คปภ. อยู่แค่ 140% พูดง่าย ๆ คือ “ทุนหนา” หนาจนสามารถขยายธุรกิจ ลงทุนเพิ่ม หรือจ่ายปันผลได้สบาย

สำหรับนักลงทุนสาย Defensive จะชอบหุ้นลักษณะนี้ เพราะเวลาตลาดผันผวน หุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแรงมักรับแรงกระแทกได้ดีกว่า ในทางกลับกันเงินบางส่วนจะไหลเข้าหุ้นกำไรนิ่ง ปันผลสม่ำเสมอ กระแสเงินสดแข็งแรง

หลังประกาศงบ ตลาดตอบสนองทันทีครับ ราคาหุ้นกระโดดขึ้นกว่า 11.6% สะท้อนว่ากำไรออกมา “ดีกว่าคาด”

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคาหุ้นวันเดียว คือ Valuation ของ TLI ยังไม่ถือว่าแพง P/E แถว 10 เท่า P/BV ยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเล็กน้อย ขณะที่ Dividend Yield อยู่ประมาณ 5-6%

ถ้ามองในมุม “หุ้นปันผลที่กำไรเริ่มกลับมาโตTLI เริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์อีกครั้ง

TLI อาจไม่ใช่หุ้นที่ทำให้นักลงทุนหัวใจเต้นแรง

แต่เป็นหุ้นที่ทำให้ “นอนหลับสบายขึ้น”

และในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน บางที “ความสบายใจ”

อาจมีมูลค่ามากกว่า “ความหวือหวา” เสียอีก

Back to top button