
TRUE กับ สตรีลึกลับ : ปริศนาที่รอคำตอบ
ว่าไหม..... ตลาดหุ้นไทยมักจะมีเรื่องแปลก ลึกลับ ชวนตื่นเต้น มานั่งเม้าท์กันเป็นระยะ นอกเหนือจากเรื่องกำไร ขาดทุน ปันผล หรือราคาหุ้นขึ้นลง
ว่าไหม….. ตลาดหุ้นไทยมักจะมีเรื่องแปลก ลึกลับ ชวนตื่นเต้น มานั่งเม้าท์กันเป็นระยะ นอกเหนือจากเรื่องกำไร ขาดทุน ปันผล หรือราคาหุ้นขึ้นลง
อย่างเช่นกรณีของ “สุภาพร พิมพงษ์” เพราะชื่อของเธอแทบไม่มีใครรู้จัก
ไม่พบประวัติการทำงาน
ไม่พบประวัติการลงทุน (นักลงทุนรายใหญ่)
ไม่มีบทสัมภาษณ์
คือ แทบจะไม่มีร่องรอยใด ๆ ในโลกออนไลน์!!
สอบถามกับนักลงทุนรายใหญ่ ที่ส่วนใหญ่จะรู้จักมักคุ้นกัน (แม้บางคนจะโลว์โปรไฟล์มาก ๆ) แต่ไม่มีใครรู้จัก “สตรีลึกลับ” บุคคลดังกล่าวเลย
ชื่อของหญิงบุคคลนี้เมือปรากฏชื่อกับหุ้น TRUE จึงมีความพยายาไปค้นหาบุคคลนี้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ไม่พบ เลยเข้าไปดูข้อมูล 242-6 ก่อนหน้าว่า สตรีบุคคลนี้เคยรายงาน 242-6 ไว้บ้างไหม จึงพบว่า มีชื่อยื่นแบบ 246-2 ถือหุ้นหลายบริษัท ทั้ง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV
และล่าสุด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
จำนวนหุ้นที่แจ้งการเข้าถือไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะครับ
อย่าง KBANK กับ BBL มีสัดส่วนมากกว่า 5%
หรือหุ้น GJS ราว 80%
และล่าสุดแจ้งการเข้าถือหุ้น TRUE กว่า 7.09%
ทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้น ยังมีข้อน่าสังเกตว่า จะเกี่ยวกับกับ “โบรกเกอร์ต่างประเทศ” เกือบทั้งหมด
กรณีนี้ทำให้บุคคลในแวดวงตลาดทุนเกือบทั้งตลาดต้องหันมามอง พร้อมกับการตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” สตรีบุคคลนี้คือใครกันแน่ เพราะหากดูจากเปอร์เซ็นต์หุ้นที่เข้าถือ เขาจะต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านบาท หรืออาจจะเกือบ ๆ แสนล้านบาท ในการเข้าถือหุ้นทั้งหมดที่ว่านี้
สิ่งที่ชวนน่าสนใจ น่าสงสัยมากกว่านั้นคือ แม้เธอคนนี้จะมีชื่อแจ้งการเข้าถือหุ้นดังกล่าว
แต่เมื่อมีการปิดสมุดบัญชีของหุ้นนั้น ๆ
กลับไม่ปรากฏชื่อของเธอเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชวนให้เกิดการตั้งข้อสงสัย ซึ่งอาจอธิบายได้หลายแบบ เช่น การถือผ่าน… ผู้รับฝากหลักทรัพย์ (custodian) หรือโครงสร้างการถือครองในรูปแบบอื่นที่ “กฎหมายรองรับ”
หรือเป็นไปได้ไหมว่า เป็นเพียงการรับโอนหุ้นไว้ชั่วคราวก่อนส่งต่อ
ทว่า ทั้งหมดนี้ “เป็นเพียงข้อสมมติฐาน” ที่ถูกตั้งขึ้นจากการสอบถามไปยังบุคคลในแวดวงตลาดทุน
ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดกลับอยู่ที่ TRUE เพราะล่าสุด บริษัทแจ้งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ว่า กำลังตรวจสอบการยื่นแบบ 246-2 ของ “สุภาพร พิมพงษ์”
พร้อมระบุว่า “บริษัทไม่เคยขายหุ้นบุริมสิทธิให้บุคคลดังกล่าว”
เมื่อบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ตั้งข้อสังเกตเอง
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวลือในตลาด
แต่กลายเป็นเรื่องที่หน่วยงานกำกับต้องหาคำตอบ
คำถามคือ บทบาทของสำนังกาน ก.ล.ต. ควรเป็นเพียง “นายไปรษณีย์” รับแบบที่มีคนส่งมา หรือควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเชิงรุก
หลักการทั่วไปคือ แบบ 246-2 เป็นเอกสารที่ผู้ได้มาหลักทรัพย์มีหน้าที่จัดทำและรับรองความถูกต้องของข้อมูล ส่วนก.ล.ต. เป็นผู้รับเปิดเผยข้อมูลและมีอำนาจตรวจสอบเมื่อพบข้อสงสัยหรือได้รับข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึงการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับเอกสารโดยไม่ตรวจสอบเลย แต่ก็ไม่ได้ตรวจพิสูจน์ทุกรายการก่อนเผยแพร่
ในกรณีนี้ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุล่าสุดเช่นกันว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” และหากพบการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ ก็พร้อมใช้มาตรการตามกฎหมาย
สุดท้าย เรื่องนี้ต้องมาติดตามกันดูว่า อาจเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางเอกสาร
หรืออาจนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ใหญ่กว่านั้น
จึงยังไม่มีข้อสรุปและคำตอบ
และคำตอบที่ทุกคนรอ คงต้องมาจากผลการตรวจสอบของทั้ง TRUE และสำนักงาน ก.ล.ต. นั่นแหละครับ