
ต่างชาติเริ่มชิ่ง?
ช่วงหลัง ๆ “โมนิก้า” อาจดูกระแดะนิด ๆ หน่อย ๆ ก็อย่าถือสากันเลย เพราะบางครั้งต้องสื่อสารเรื่องราวด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นภาพตลาดหุ้นไทยได้ชัดขึ้น
ช่วงหลัง ๆ “โมนิก้า” อาจดูกระแดะนิด ๆ หน่อย ๆ ก็อย่าถือสากันเลย เพราะบางครั้งต้องสื่อสารเรื่องราวด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นภาพตลาดหุ้นไทยได้ชัดขึ้น เนื่องจากการอ่อนตัวของดัชนีจนหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ระดับ 1,600 จุด ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,580 จุด ถือเป็นภาพสะท้อนของการ Take Profit หลังจากตลาดทะยานรับข่าวดีมาในระดับหนึ่งนะซี
เมื่อคิดคำนวณคร่าว ๆ จะเห็นว่า มีปัจจัยกดดัน 3 เรื่องหลัก ๆ ซึ่งเริ่มจากแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ และดอลลาร์แข็งค่าอีกครั้ง ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติชะลอการไหลเข้า ถัดมาเป็นเรื่องรับรู้ผลประกอบการไตรมาส 2 และการจ่ายปันผลครึ่งปี รวมถึงปัจจัยบวกเฉพาะหน้าอย่างไทยแลนด์โฟกัสก็รับรู้ไปหมดแล้ว และประเด็นสุดท้ายก็คือ การขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ที่ดันตลาดขึ้นมาก่อนหน้านี้ไงล่ะคะ
ถึงกระนั้นเมื่อมองให้ดีจะเห็นว่า การหลุดแนวรับไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น แต่เป็นโอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานดี เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศ และภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังค้ำยันอยู่ ส่งผลให้ย่อตัวลงมาบริเวณดังกล่าวทำให้ Forward PE ของตลาดไทยดึงดูดนักลงทุนสถาบัน ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์ให้เป้าหมายดัชนีสูงถึง 1,680-1,710 จุดพะยะค่ะ
ประเดิมกันที่หุ้น CPALL ซึ่งเป็นหุ้นสามัญประจำบ้าน ที่ราคาลงมาน่าเคาะขวา โดยเฉพาะในยามที่ตลาดหุ้นผันผวน ใครคิดอะไรไม่ออกก็ต้องหันมอง “น้องเซเว่น” โดยเฉพาะในมุมของปัจจัยพื้นฐานไม่ต้องพูดเยอะ ยอดขายต่อสาขายังวิ่งได้สบาย ๆ แถมได้กำไรจาก “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” เข้ามาหนุน รายได้เลยไหลเข้ากระเป๋าแบบ Cash Flow แน่นปึ้ก! แถมราคาหุ้นช่วงนี้ย่อตัวลงมาเทรดในระดับที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับอดีตแบบนี้..รับสักชุดไหมคะ
ถัดมาเป็นเจ้าพ่อห้างสรรพสินค้าอย่าง CPN มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าฟื้นตัวเต็มสูบ แถมคนเดินห้างแน่นเอี้ยดทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินชอปปิงกันเพลิน แถมได้แรงส่งจากการเปิดโครงการมิกซ์ยูสใหม่ ๆ ที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง หุ้นตัวนี้เลยมีเสน่ห์ตรงที่ความ “สม่ำเสมอ” และเป็นหุ้นเติบโตเรื่อย ๆ แบบมั่นคง ซึ่งเหมาะกับสายแช่แป้งที่ชอบหุ้นลงมาแล้วซื้อเก็บนะจ๊ะ
สายเดินทางต้องยกให้ BA เนื่องจากสมุยคือเหมืองทองคำ ซึ่งเป็นเส้นทางผูกขาดทำเงินชั้นดี! การท่องเที่ยวฟื้นตัว และอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้มาร์จิ้นปังมาก แถมยังมีปันผลแบบน่ารักให้ลุ้นตลอด จึงทำให้หุ้นสายการบินตัวนี้ไม่ใช่แค่บินไปวัน ๆ แต่เป็นหุ้นเงินสดซ่อนรูป ใครชอบหุ้นที่มีปราการปกป้องธุรกิจสูง ๆ นี่ถือเป็นตัวเลือกสายการบินที่เซฟกว่าเพื่อนในกลุ่มนะจะบอกให้
ส่วนใครที่ชอบเล่นตามซีซั่น “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น ERW ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากเสี่ยงกับท่องเที่ยวไทยแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม ส่งผลให้หุ้นตัวนี้ตอบโจทย์ที่สุด เพราะพอร์ตโรงแรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในไทย แถมการขยายแบรนด์ HOP INN ก็ช่วยเก็บลูกค้ากลุ่ม Budget ได้เพียบ! และทุกครั้งที่เริ่มเข้าไฮซีซั่นทีไร กราฟมักวิ่งรับข่าวได้แรงพอสมควร ใครสายเก็งกำไรตามรอบ ถือเป็นหุ้นที่เข้าทางปืนสายลุยค่ะ
สำหรับคนที่ชอบแบบนิ่งแต่ชัวร์ อีฉันขอมองไปที่หุ้น BBL ซึ่งเป็นหุ้นที่เม้าท์ถึงบ่อยมากในช่วงที่ผ่านมา และเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็มาจากการจัดอันดับในแง่มุมต่าง ๆ มักมีหุ้นตัวนี้ติดโผประจำ โดยเฉพาะในแง่ของพอร์ตลูกค้ารายใหญ่ แข็งแกร่งที่สุด แถมมีการกันสำรองแบบแน่นปึ๊ก ส่งผลให้มีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้ดีเยี่ยม ใครเน้นความอุ่นใจ กินเงินปันผลเน้น ๆ ไม่ชอบความตื่นเต้น นี่คือคำตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะนะออเจ้า
ตบท้ายกันที่หุ้นโรงบาล PR9 ที่นักวิเคราะห์หลายสำนักยกนิ้วให้ เนื่องจาก PE ไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร ทำให้มีสตอรี่ที่คอยหล่อเลี้ยงตัวหุ้นตลอดเวลา จนกลายเป็นหุ้นที่น่าเคาะตามมาก ๆ และถ้าย้อนดูข้อมูลพื้นฐานที่มีการพูดถึงสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูง ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลางและเมียนมา จึงกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไร..จริงหรือไม่ ลองไปหาบทวิเคราะห์อ่านกันดูนะจ๊ะ
โมนิก้าและทีมงาน